"พลพีร์" สั่งผู้ว่าฯ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนยื่นอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
หลังพบยังมีประชาชนอีกจำนวนมากเข้าไม่ถึง-ไม่ทราบขั้นตอน ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองช่วยตรวจสอบ-รวบรวมหลักฐานประกอบการยื่นอุทธรณ์ เน้นย้ำเร่งดำเนินการให้เสร็จภายในสิ้นเดือน ส.ค.
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำไปยังกรมการปกครองให้ดำเนินงานเชิงรุกส่งกำนันและผู้ใหญ่บ้านลงพื้นที่สำรวจ และช่วยเหลือประชาชนที่ยังไม่ได้ยื่นอุทธรณ์สิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เพื่อให้มาดำเนินการอย่างเร่งด่วน หลังพบว่ายอดผู้ยื่นอุทธรณ์ในช่วง 4 วันที่ผ่านมาไม่มีการเคลื่อนไหวมากนัก สะท้อนว่าอาจยังมีประชาชนที่เข้าไม่ถึงกระบวนการจำนวนมาก
ทั้งนี้ นายพลพีร์ ระบุว่า ยอดการยื่นอุทธรณ์ที่ยังเข้ามาไม่ครบถ้วนเกิดจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ 1. กลุ่มคนที่ไม่ประสงค์จะยื่นอุทธรณ์เนื่องจากทราบดีว่าตนเองขาดคุณสมบัติในบางข้อ
และ 2. กลุ่มคนที่ต้องการอุทธรณ์แต่ไม่ทราบช่องทางและขั้นตอนการดำเนินงาน หรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกลจนประสบความยากลำบากในการเดินทางไปยังศูนย์ “One stop service” บริเวณที่ว่าการอำเภอ ซึ่งอาจมีระยะทางไกลถึง 60–70 กม.
โดยกลุ่มที่ 2 ถือเป็นกลุ่มที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วน จึงได้มีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนถึงบ้านเพื่อตรวจสอบรายชื่อและให้ความช่วยประชาชนเหลือโดยตรง
สำหรับการช่วยเหลือด้านการอุทธรณ์สิทธิ์ในระดับพื้นที่ กระทรวงมหาดไทยกำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองช่วยอำนวยความสะดวกในกรณีที่ประชาชนติดขัดปัญหาทางเทคนิค เช่น เกณฑ์การถือครองยานพาหนะที่มีอายุไม่เกิน 15–20 ปี โดยให้ช่วยตรวจสอบสภาพการใช้งานจริง หรือมีการขายยานพาหนะดังกล่าวไปแล้วจริงหรือไม่ พร้อมถ่ายภาพเก็บไว้เป็นพยานหลักฐานเพื่อช่วยประชาชนในการยื่นอุทธรณ์
รวมถึงจะมีการประสานงานร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อร่วมตรวจสอบข้อมูลบัญชีม้าและข้อมูลรายได้ อื่น ๆ เพิ่มเติมอีกด้วย
ทั้งนี้ กระบวนการยื่นอุทธรณ์และยื่นเอกสารมีกำหนดเวลาที่จำกัด โดยประชาชนสามารถยื่นอุทธรณ์เอกสารได้ถึงวันที่ 20 ส.ค.นี้ และจะสิ้นสุดลงภายในสิ้นเดือนส.ค. จึงต้องเร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุกอย่างเต็มที่
“รัฐบาลไม่ได้มีกรอบว่าคนที่จะได้บัตรสวัสดิการของรัฐจะต้องมีจำนวนกี่คน จะเป็น 9 ล้าน 10 ล้าน 11 ล้าน หรือถ้าจะต้อง 15 ล้านก็คือ 15 ล้าน แต่ขอให้เป็นคนที่เข้าเกณฑ์จริง ๆ เท่านั้นเอง” นายพลพีร์กล่าว
ส่วนประเด็นการเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ นายพลพีร์ชี้แจงว่าในปัจจุบันยังไม่มีการเปิดรับสมัครใหม่ โดยเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับมาตรการและการพิจารณาของกระทรวงการคลัง เนื่องจากขั้นตอนการคัดกรองประชาชนหลายสิบล้านคนมีความซับซ้อนสูงและต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงงบประมาณปีหน้าปี 2570 ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณา
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ รัฐบาลยังมีมาตรการช่วยเหลือผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย" ที่มอบเงินเยียวยาจำนวน 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ทั้งกลุ่มผู้ได้รับสิทธิเดิม ผู้มีสิทธิใหม่ และกลุ่มคนที่อยู่นอกระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ





