อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ โดยเฉพาะ Humanoid Robot ที่ถูกเรียกว่าเป็น Physical AI เป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีศักยภาพเติบโตก้าวกระโดด จากความก้าวหน้าของ AI เซนเซอร์ ระบบประมวลผล และเทคโนโลยีควบคุมการเคลื่อนไหว ทำให้หุ่นยนต์ทำงานซับซ้อนมากขึ้น และมีแนวโน้มนำมาใช้แพร่หลายในภาคอุตสาหกรรมและบริการ โดยเฉพาะเพื่อรองรับการขาดแคลนแรงงานและสังคมสูงวัย
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ไทยมีโอกาสต่อยอดอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ทั้งยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ รวมถึงชิ้นส่วนความแม่นยำสูง สู่การผลิตชิ้นส่วนซับซ้อนและมูลค่าเพิ่มสูงสำหรับหุ่นยนต์ เช่น ระบบขับเคลื่อน อุปกรณ์ควบคุมการเคลื่อนไหว อิเล็กทรอนิกส์ และเซนเซอร์
“Humanoid Robot ไม่เพียงเป็นอุตสาหกรรมใหม่ แต่เป็นโอกาส New Growth Engine ยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมไทย โดยมุ่งสร้างคลัสเตอร์หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่มีซัพพลายเชนในประเทศแข็งแกร่ง และดึงกิจกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและบุคลากรทักษะสูงมาไทยมากขึ้น”
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2569 บีโอไอให้การส่งเสริมโครงการผลิตชิ้นส่วน Humanoid Robot ทั้งการผลิตโครงร่างหุ่นยนต์ ชุดควบคุมข้อต่อ แขน และนิ้ว ซึ่งมีทั้งชิ้นส่วนโลหะความแม่นยำสูง ระบบการเคลื่อนไหว และชิ้นส่วนส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพสูงจำนวน 10 โครงการ เงินลงทุน 15,000 ล้านบาท จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่จะสำคัญขึ้นในอนาคต
รวมถึงการเยือนจีนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในเดือน ก.ค. 2569 ได้หารือผู้บริหารของบริษัท Agibot หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่เติบโตเร็ว และมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ของโลก โดยชวนมาลงทุนในไทยพร้อมนำเทคโนโลยีมายกระดับภาคเกษตร การผลิตอัจฉริยะ การแพทย์ การดูแลผู้สูงอายุและบริการ เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้าน Physical AI ของอาเซียน
เร่งเชื่อมซัพพลายเชนชิ้นส่วนหุ่นยนต์
สำหรับการดึงบริษัทชั้นนำด้านหุ่นยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนมาลงทุนในไทย เป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้การลงทุนเชื่อมฐานอุตสาหกรรมในไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเนื่องไปยังผู้ผลิตและซัพพลายเชนในไทย
“ไทยมีฐานการผลิตที่มีศักยภาพทั้งยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ โลหะ แม่พิมพ์ และชิ้นส่วนความแม่นยำสูง ซึ่งต่อยอดสู่การผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ที่ซับซ้อนและมูลค่าเพิ่มสูงได้”
สำหรับการเชื่อมโยงบริษัทต่างชาติกับซัพพลายเชนในประเทศ เช่น โครงการผลิต Planetary Roller Screw และ Robot Ball Screw สำหรับ Humanoid Robot มีแผนใช้วัตถุดิบในประเทศทั้งหมด เช่น Nut Blank, Screw Blank, Steel Rod, Shaft, Cage, Lock Nut, Steel Ball, Cover Plate และ O-ring ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพฐานการผลิตในไทยที่สามารถต่อยอดซัพพลายเชน Humanoid Robot ได้
ตั้งเป้าบริษัทไทยเข้าสู่ Vendor List
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงบริษัทที่มาลงทุนกับผู้ผลิตในประเทศ โดยสำรวจความต้องการจัดซื้อวัตถุดิบและชิ้นส่วน รวมถึงมาตรฐานและข้อกำหนดทางเทคนิคของบริษัท เพื่อเชื่อมโยงกับซัพพลายเออร์ผ่านกลไก Sourcing และ Business Matching รวมถึงกิจกรรมอย่างการจัดงาน SUBCON Thailand ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทยกับบริษัทผู้ซื้อชั้นนำ
ขณะเดียวกัน ต้องสนับสนุนผู้ผลิตในประเทศยกระดับเทคโนโลยีและการผลิตจากวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนทั่วไป สู่ชิ้นส่วนที่ซับซ้อนและมูลค่าสูง โดยเฉพาะชิ้นส่วนความแม่นยำสูง ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เซนเซอร์ และระบบควบคุม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของหุ่นยนต์
รวมถึงใช้เวทีอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เช่น การจัดงาน Thailand Electronic Circuit Asia (THECA) วันที่ 26-28 ส.ค. 2569 ในการเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี นักลงทุน และผู้ซื้อทั่วโลก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก
ชี้ไทยมีโอกาสเป็นฐานผลิตหุ่นยนต์ครบวงจร
นอกจากนี้ ไทยมีโอกาสพัฒนาสู่ฐานการผลิตและประกอบหุ่นยนต์ครบวงจร ทั้งจากการเข้ามาลงทุนของบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศ และการลงทุนของบริษัทไทยที่มีศักยภาพ
ทั้งนี้ การลงทุนผลิตชิ้นส่วน Humanoid Robot เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างซัพพลายเชนในไทย เพราะการตัดสินใจเลือกฐานการผลิตของบริษัทระดับโลกไม่พิจารณาเพียงต้นทุนหรือสิทธิประโยชน์ แต่ให้ความสำคัญกับความพร้อมของซัพพลายเชน ทักษะบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และ Ecosystem ที่สามารถรองรับการผลิตได้ครบวงจร
“ก้าวต่อไปต้องเร่งเติมเต็มซัพพลายเชนให้ครบถ้วนขึ้น โดยดึงผู้ผลิตชิ้นส่วนและเทคโนโลยีสำคัญมาลงทุนเพิ่ม ควบคู่กับการยกระดับผู้ผลิตในประเทศ การพัฒนาบุคลากรทักษะสูง และการส่งเสริมกิจกรรม Engineering และ R&D เพื่อสร้าง Critical Mass ของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในไทย”
สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมหุ่นยนต์
ทั้งนี้ เมื่อไทยมีทั้งผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญและซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง บุคลากรทักษะสูง และฐานเทคโนโลยีที่พร้อมรองรับ จะเพิ่มความน่าสนใจให้ผู้ผลิตหุ่นยนต์ระดับโลกพิจารณามาตั้งฐานการผลิตและประกอบในไทย ซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับไทยจากฐานผลิตชิ้นส่วน ไปสู่การเป็นหนึ่งในฐานการผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่สำคัญของภูมิภาคในอนาคต
ส่วนการเตรียมความพร้อมบุคลากรป้อนอุตสาหกรรมดังกล่าว ไทยมีฐานบุคลากรด้านวิศวกรรมและเทคนิคจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ และ Mechatronics ซึ่งสามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ได้
อย่างไรก็ตาม Humanoid Robot เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและต้องบูรณาการองค์ความรู้หลายด้าน ทั้ง Robotics, Mechatronics, AI, Software, Control System, Sensors และ Precision Engineering ดังนั้น โจทย์สำคัญคือการเร่งพัฒนาทั้งจำนวนและทักษะบุคลากรเพื่อเตรียมความพร้อมรับการลงทุนในโลกยุคใหม่
ทั้งนี้ รัฐบาลและบีโอไอมีมาตรการ Skill Bridge ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยมุ่ง Upskill และ Reskill บุคลากรสาขาเทคโนโลยีที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ ซึ่งสามารถใช้รองรับอุตสาหกรรม Robotics ได้ และปัจจุบันมีโครงการที่อนุมัติแล้ว 35 โครงการ ครอบคลุมการพัฒนาบุคลากร 66,500 คน
ส่วนเป้าหมายระยะยาวไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวนบุคลากร แต่ต้องยกระดับทักษะบุคลากรไทยตั้งแต่การผลิตและควบคุมระบบไปจนถึง Engineering, Design, System Integration และ R&D เพื่อให้การเติบโตของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ นำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและบุคลากรของไทยไปพร้อมกัน
หนุนตั้งศูนย์วิจัยหุ่นยนต์ในไทย
สำหรับเงื่อนไขให้บริษัทถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือตั้งศูนย์วิจัย (R&D) นายนฤตม์ กล่าวว่า บีโอไอมีการสร้างแรงจูงใจผ่านสิทธิประโยชน์ที่จะให้เพิ่มตามคุณค่าโครงการ เพื่อกระตุ้นให้ลงทุนเพิ่มกิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการวิจัยและพัฒนา การออกแบบทางวิศวกรรม การพัฒนาบุคลากรทักษะสูง และการพัฒนาผู้ผลิตในประเทศ
ส่วนการถ่ายทอดเทคโนโลยีมีหลายรูปแบบ ส่วนหนึ่งผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทกับบุคลากรไทย การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะ การพัฒนาซัพพลายเออร์ การทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย รวมถึงการทำ R&D ในไทย ซึ่งจะช่วยให้องค์ความรู้และขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง



