วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม 2569

Login
Login

'ศุภจี' บินสหรัฐ 30 ส.ค.69 เจรจา ART หวังปิดดีลได้ ย้ำไม่ข้าม 3 เส้นแดงไทย

“ศุภจี” เปิดเกมเจรจาการค้าไทย-สหรัฐ ส่งทีมเทคนิคบินถก ART 27-29 ส.ค.69 พร้อมเดินเจรจาระดับนโยบาย 30 ส.ค.69 -1 ก.ย.69 ย้ำไทยมี 3 เส้นแดง “หมูสารเร่งเนื้อแดง-ความมั่นคง-ลงทุน” หวั่นสหรัฐใช้มาตรา 301 กดดัน หากดีลไม่จบอาจถูกรีดภาษีเกิน 19.5%

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 27-29 ส.ค.2569 ทีมเจรจาทางเทคนิคของไทย จะเดินทางเยือนสหรัฐเพื่อเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐ (ART)

ทั้งนี้ จะมีผู้แทนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสุข เดินทางไปด้วย เพราะมีบางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทั้ง 2 กระทรวงที่ไทย และสหรัฐ ยังตกลงกันไม่ได้

แต่หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเตรียมการก่อนเดินทางไปสหรัฐเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ปลดล็อกประเด็นเหล่านั้นแล้ว และทำให้ไทยพร้อมเจรจาทางเทคนิคประเด็นที่ยังคงค้างอยู่ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

มีเรื่องที่เรายังคุยกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ USTR ไม่จบ เพราะยังติดข้อจำกัดบางอย่าง แต่ท่านนายกฯ ได้กรุณาเคาะให้ ซึ่งท่านบอกว่า อะไรที่ทำได้ก็ทำ ถ้าไม่ทำให้เกิดความเสียหายกับประเทศในระยะยาวมากจนเกินไป

“ยืนยันว่า ไทยยังมีเส้นแดงที่ข้ามไม่ได้ 3 เรื่องเหมือนเดิมคือ สุขอนามัย และสุขอนามัยพืช สำหรับการนำเข้าหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดง, ความมั่นคง และการลงทุน ที่สหรัฐต้องการเข้ามาลงทุนในไทยในบางสาขา 100% เช่น โทรคมนาคม”นางศุภจี กล่าว

นอกจากนี้ วันที่ 30 ส.ค.-1 ก.ย.69 ตนจะเดินทางเยือนสหรัฐ โดยมีนัดหมายกับผู้แทนการค้าสหรัฐ และนางซูซี ไวลส์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลในระดับนโยบาย เพื่อเจรจา ART โดยจะตอกย้ำให้เห็นถึงความจริงใจของไทยในการลดขาดดุลการค้าของสหรัฐกับไทย ซึ่งยืนยันจะนำเข้าสินค้าสหรัฐเหมือนเดิม

ทั้งพลังงาน เครื่องบิน สินค้าเกษตร รวมถึงเพิ่มการอยู่ที่กว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งจะย้ำให้เห็นอีกครั้งว่า การขาดดุลการค้าของสหรัฐ ประมาณ 30% เป็นการส่งออกของบริษัทสหรัฐ ที่ลงทุนในไทย ไม่ใช่เกิดจากการส่งออกสินค้าของไทยทั้งหมด

นางศุภจี กล่าวว่า  อยากให้การเจรจา ART ครั้งนี้ จบได้ เพราะไม่เช่นนั้น สหรัฐจะเอาการไต่สวนไทยตามมาตรา 301 ที่ยังเหลือเรื่องการมีกำลังการผลิตส่วนเกินใน 3 อุตสาหกรรม ทั้งยานยนต์ และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องจักร มากดดันให้เรายอมรับสิ่งที่สหรัฐเสนอขอเหมือนที่เพื่อนบ้านบางประเทศยอมรับ และลงนามใน ART แล้ว และจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าไทยสูงเกินกว่า  19.5% ซึ่งอาจทำให้ไทยแข่งขันยาก ถ้าคู่แข่งถูกเก็บภาษีต่ำกว่า

ทั้งนี้ ไทยยังคงเดินหน้าหารือให้สหรัฐ ยกเว้นเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยตามมาตรา 301 ในประเด็นการกำลังการผลิตส่วนเกิน  7 กลุ่มสินค้า รวม 78 พิกัดศุลกากร ได้แก่ กลุ่มเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร, กลุ่มอุปโภคบริโภค และของใช้ในครัวเรือน, กลุ่มสินค้าทางการแพทย์ และสาธารณสุข, กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และเซมิคอนดักเตอร์, กลุ่มยานยนต์ และชิ้นส่วน, กลุ่มชิ้นส่วนเครื่องจักร และอุปกรณ์อุตสาหกรรม และกลุ่มหัตถกรรม และสินค้าเพิ่มมูลค่า

อย่างไรก็ตาม ไทยหวังว่า เมื่อสหรัฐไต่สวนไทยมาตรา 301 ประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินเสร็จสิ้นแล้ว จะประกาศอัตราภาษีสำหรับไทยที่ใกล้เคียงกับคู่แข่ง หรือไม่เกินกว่า 19.5% แต่หากถูกเก็บเกินกว่านี้ รัฐบาลก็จะเดินหน้าขอหารือกับสหรัฐอีก เพื่อขอลดหย่อน รวมทั้งเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ

ขณะนี้มีสินค้าที่ไทยส่งออกไปสหรัฐอีกราว 28% ของมูลค่าส่งออกไปสหรัฐ 91,255 ล้านดอลลาร์ ในปี 68 ที่ยังเสียภาษีนำเข้า

แต่อีก 72% ได้รับการยกเว้นจัดเก็บภาษีนำเข้า 12.5% ตามมาตรา 301 ในประเด็นที่สหรัฐกล่าวหาไทยไม่มีกฎหมาย หรือไม่ห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานภาคบังคับ ประมาณ 2,120 รายการ  มูลค่า 56,201 ล้านดอลลาร์ และสินค้าที่ถูกเก็บภาษีตามมาตรา 232 ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงภายในของสหรัฐ ที่ไม่ต้องเสียภาษี 12.5% มูลค่าอีกราว 7,000 ล้านดอลลาร์

 

 


พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์