วันเสาร์ ที่ 15 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘สุริยะ’นัดถกด่วนหารืออุ้มชาวนาไร่ละ 2 พัน สู้ต้นทุนพุ่งซ้ำเอลนีโญกดดันผลผลิตข้าวลด

เกษตรฯ รับมือผลผลิตข้าวปี 69/70 ลดลงจากพิษเอลนีโญและต้นทุนพุ่ง เร่งหารืออนุนบข.การผลิตข้าวสรุปมาตรการเสนอ นบข.ชุดใหญ่ พร้อมขานรับเงินช่วยเหลือชาวนาเพิ่มเป็นไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ หวังอุ้มครัวเรือนละ 40,000 บาท

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุในรายงานสรุปภาวะการผลิต การตลาดและราคาในประเทศ 3-9 ส.ค. 2569 ว่า คาดการณ์ผลผลิตจะออกสู่ตลาดช่วงเดือนก.ค. 2569 – พ.ค. 2570 นั้นจะมีปริมาณมากที่สุดช่วงเดือนพ.ย. 2569 ปริมาณรวม 16.795 ล้านตันข้าวเปลือก หรือคิดเป็น 65.02% ของผลผลิตข้าวนาปีทั้งหมด และในเดือนส.ค. 2569 มีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 2.522 ล้านตันข้าวเปลือก หรือ คิดเป็น 9.76% ของผลผลิตข้าวนาปีทั้งหมด

ผลผลิตข้าวลดลง2.52%ผลต้นทุนสูง-เอลนีโญ

สำหรับคาดการณ์ข้าวนาปี ปี 2569/70 สศก. คาดการณ์ข้อมูล ณ เดือนมิ.ย. 2569 มีเนื้อที่เพาะปลูก 60.835 ล้านไร่ ผลผลิต 25.831 ล้านตัน ผลผลิตต่อไร่ 425 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับปี 2568/69 ผลผลิตโดยรวมจะลดลงเฉลี่ย 2.52% เนื่องจาก เนื้อที่เพาะปลูกคาดว่าจะลดลงจากปีที่แล้ว เนื่องจากราคาที่เกษตรกร ขายไม่ได้ไม่จูงใจ รวมทั้งราคาปัจจัยการผลิตเพิ่มสูงขึ้น เช่น ราคาปุ๋ย ราคาน้ำมัน ทำให้เกษตรกรปล่อยพื้นที่ให้ว่าง ประกอบกับปีนี้คาดว่าจะเกิดปรากฏการณ์เอลนิโญ (El Nino) ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2569 จนถึงต้นปี 2570 ทำให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ปริมาณฝนลดลงและน้อยกว่าปีที่แล้ว

สุริยะชงแพ็กเกจช่วยชาวนาให้นบข.ชุดใหญ่

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าหลังจากสศก.ประเมินผลผลิตของข้าวในฤดูกาลผลิต 2569/70 จะมีปริมาณลดลงจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ และจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่ลดลง ต้นทุนการผลิตที่ผันผวน รวมถึงราคาในช่วงฤดูที่ผ่านมาไม่จูงใจ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง ได้หารือในประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) หลังจากที่ประชุมไปครั้งล่าสุดเมื่อช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา แต่เบื้องต้นได้หารือในรูปแบบนอกรอบกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เช่นการพิจารณาข้อเรียกร้องของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวถึงมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรให้เกิดความยั่งยืน เป็นต้น

ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่รับผิดชอบในคณะอนุกรรมการด้านการผลิตข้าว อยู่ระหว่างการหารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและคาดว่าจะเรียกประชุมคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวในเร็วๆนี้ เพื่อหาข้อสรุป และนำเสนอต่อที่ประชุม นบข. เพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นรูปธรรมต่อไป

จับตาวาระ 3 จ่ายไร่ละ1,000-2,000บาท

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต ครั้งที่ 1/2569 มีกำหนดการประชุมแต่ได้เลื่อนการประชุมออกไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งการประชุมครั้งนั้น มีวาระสำคัญๆ ได้แก่ วาระที่ 1 เรื่องเพื่อทราบ สถานการณ์การผลิตข้าวปีการผลิต 2568/69 และข้อมูลพยากรณ์การผลิตปี2569/70 ,ความก้าวหน้าขอขยายกรอบวงเงินโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69

วาระที่ 2 เรื่องเพื่อพิจารณา ได้แก่ โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวเป็นสินค้าเกษตรเศรษฐกิจอื่นๆ ,การบริหารจัดการน้ำระบบชลประทานให้สอดคล้องกับฤดูกาลเพาะปลูกข้าว ,วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ข้าวให้ได้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า1,500 กิโลกรัมต่อไร่ ,โครงการชดเชยการขาดทุนจากโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2567/68 ,การแต่งตั้งคณะทำงานภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต ประกอบด้วย คณะทำงานปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวไม่เหมาะสมเป็นสินค้าเกษตรเศรษฐกิจอื่นๆ และขับเคลื่อนแผนงานโครงการ มาตรการอื่นๆ ด้านการผลิตข้าวและคณะทำงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาระบบตลาดภายในสำหรับสินค้าเกษตร(โครงการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์และข้าว GAP ครบวงจร)

วาระที่ 3เรื่องเพื่อพิจารณา ได้แก่ โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวเป็นสินค้าเกษตรเศรษฐกิจอื่นๆ,ข้อเรียกร้องของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี การผลิต 2569/70 ประกอบด้วย ค่าบริหารจัดการไร่ละ 1,000-2,000 บาท ไม่เกิน10-30 ไร่

นบข.ชุดใหญ่ปัดตกจ่ายไร่ละ2,000บาท

สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2569 ที่มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ที่ประชุมได้มีมติรับข้อเสนอสำคัญในการ ปรับเพิ่มอัตราเงินช่วยเหลือชาวนาจากเดิม ไร่ละ 1,000 บาท เป็น “ไร่ละ 2,000 บาท ภายใต้เงื่อนไข อัตราเงินช่วยเหลือ ไร่ละ 2,000 บาท โควตาเพดาน ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ วงเงินรับสูงสุด 40,000 บาท ต่อ ครัวเรือน เป้าหมาย บรรเทาภาระต้นทุนการผลิตข้าวที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าน้ำมันดีเซล

อย่างไรก็ตาม ในส่วนผลการประชุมที่ที่ประชุมได้เห็นชอบประกอบด้วย 2 มาตรการ 5 โครงการ มีเป้าหมายบริหารจัดการข้าวเปลือกปีการผลิต 2569/70 รวม 11.5 ล้านตัน กรอบวงเงินจ่ายขาดรวม 10,192.58 ล้านบาท เพื่อดูดซับผลผลิต รักษาเสถียรภาพราคาข้าว ยกระดับคุณภาพข้าวไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน และดูแลรายได้ของเกษตรกร โดยมาตรการแรก รักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 วงเงินจ่ายขาด 8,428.58 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 โครงการ คือ 1.โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2569/70 วงเงินจ่ายขาด 7,208.33 ล้านบาท เป้าหมาย 3 ล้านตันข้าวเปลือก โดยภาครัฐสนับสนุนค่าฝากเก็บในอัตรา 1,500 บาทต่อตัน เพื่อชะลอการระบายผลผลิตออกสู่ตลาด

เท600ล้านสถาบันเกษตรกรเพิ่มมูลค่าข้าว

2.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2569/70 วงเงินจ่ายขาด 656.25 ล้านบาท เป้าหมาย 1.5 ล้านตันข้าวเปลือก และ 3.โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2569/70 วงเงินจ่ายขาด 564 ล้านบาท เป้าหมาย 4 ล้านตันข้าวเปลือก

มาตรการที่สอง เป็นมาตรการระยะยาวปรับปรุงโครงสร้างการผลิตภายใต้แนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” (New Rice Economy) วงเงินจ่ายขาด 1,764 ล้านบาท ประกอบ 2 โครงการ คือ 4.โครงการดูดซับข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 วงเงินจ่ายขาด 1,680 ล้านบาท เป้าหมาย 3 ล้านตันข้าวเปลือก เพื่อบริหารจัดการข้าวส่วนเกิน รักษาสมดุลอุปทานในตลาด และเชื่อมโยงการนำข้าวไปแปรรูปเป็นข้าวสารบรรจุถุงจำหน่ายให้กับหน่วยงานที่มีความต้องการใช้จริง อาทิ กรมราชทัณฑ์ หน่วยงานกองทัพ และหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ และ 5.โครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มมูลค่า (ข้าวประณีต ระยะที่ 2) วงเงินจ่ายขาด 84 ล้านบาท จำนวน 266 กลุ่ม เพื่อส่งเสริมการผลิตข้าวคุณภาพสูง เพิ่มมูลค่าผลผลิตของเกษตรกร สร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในระยะยาว

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบขยายกรอบวงเงินโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 หรือมาตรการสนับสนุนไร่ละ 1,000 บาท โดยขยายกรอบวงเงินจากเดิม 37,906.20 ล้านบาท เป็น 39,753.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,846.96 ล้านบาท เพื่อรองรับการจ่ายเงินช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวไว้แล้วแต่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ ให้ได้รับการสนับสนุนอย่างทั่วถึงและครบถ้วนตามเป้าหมายของโครงการ

‘สุริยะ’นัดถกด่วนหารืออุ้มชาวนาไร่ละ 2 พัน  สู้ต้นทุนพุ่งซ้ำเอลนีโญกดดันผลผลิตข้าวลด