วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์ ลุยตรวจเข้ม “น้ำมะพร้าวปลอมปน” สกัดกระทบราคา-ความเชื่อมั่นส่งออกไทย

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม  ติดตามสถานการณ์น้ำมะพร้าว เร่งแก้ปัญหาน้ำมะพร้าวปลอมปน พร้อมทำหนังสือถึงมหาดไทย ประสานผู้ว่า 4 จังหวัด คุมเข้มต่อ ทั้งการผลิต การติดฉลาก  ด้านผู้ประกอบการน้ำมะพร้าว ชี้ ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำเกิดจากหลายปัจจัย พร้อมยอมรับว่าปัญหาการปลอมปนน้ำมะพร้าวกำลังกระทบความเชื่อมั่นของตลาดส่งออก

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ได้นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบริษัท เจนเนอรัล เบฟเวอร์เรจ จำกัด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมะพร้าวบรรจุขวดแบรนด์ “อีฟ” เพื่อเยี่ยมชมกระบวนการผลิต พร้อมรับฟังข้อมูลสถานการณ์ ปัญหาและอุปสรรคของอุตสาหกรรมน้ำมะพร้าว และแนวทางการแก้ปัญหาการปลอมปนน้ำมะพร้าว  ซึ่งเป็นการดำเนินการตามข้อสั่งการของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้รับบัญชาจากนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขปัญหา หลังมีข้อเสนอจากคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา รวมถึงข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการและเกษตรกรว่า การปลอมปนอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อราคามะพร้าว และกระทบความเชื่อมั่นต่อน้ำมะพร้าวไทย

กระทรวงพาณิชย์ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกำหนดแนวทางป้องกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างมาตรฐานและความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการจำหน่าย เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ และยังได้ตั้งทีมงานเพื่อดูแลเรื่องนี้เป็นการณ์เฉพาะ

พร้อมมอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์มะพร้าวและน้ำมะพร้าวอย่างใกล้ชิด รวมทั้งร่วมแก้ทุกปัญหาที่เกี่ยวข้องกับมะพร้าวและน้ำมะพร้าวกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้สร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมมะพร้าวและน้ำมะพร้าวของไทย หากพบความผิดปกติจะตรวจสอบเชิงลึกถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบและกระบวนการผลิต และหากพบการกระทำผิดจะใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้อง

พาณิชย์ ลุยตรวจเข้ม “น้ำมะพร้าวปลอมปน” สกัดกระทบราคา-ความเชื่อมั่นส่งออกไทย

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้มีหนังสือขอความอนุเคราะห์กระทรวงมหาดไทยให้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และราชบุรี ดำเนินการตรวจสอบปริมาณการใช้ผลมะพร้าวเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมะพร้าว และปริมาณน้ำมะพร้าวที่สามารถผลิตได้ เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องและสมดุลของวัตถุดิบและปริมาณผลผลิตไม่ให้เกิดความผิดปกติของกระบวนการผลิต และตรวจสอบฉลาก หากติดน้ำมะพร้าว 100% ก็ต้องเป็นน้ำมะพร้าว 100% หรือมะพร้าวน้ำหอม 100% ก็ต้องเป็นมะพร้าวน้ำหอม 100% และหากพบการกระทำความผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาด

ปัจจุบันมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ราชบุรีมีราคาหน้าสวนประมาณ 9-9.50 บาทต่อลูก โดยมะพร้าวประมาณ 4 ลูกให้น้ำราว 1 ลิตร ทำให้เฉพาะต้นทุนผลมะพร้าวอยู่ที่เกือบ 40 บาทต่อลิตร ก่อนรวมค่าเจาะและสกัดน้ำ ค่าขนส่ง การตรวจสอบคุณภาพ บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนการผลิตอื่น จึงเป็นที่มาของการตั้งข้อสังเกตต่อผลิตภัณฑ์บางชนิดที่วางจำหน่ายในราคาต่ำผิดปกติว่า มีความสอดคล้องกับวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตจริงหรือไม่

“ภาครัฐไม่ได้ระบุว่าแบรนด์ใดมีการปลอมปน แต่ต้องการให้ข้อมูลบนฉลากตรงกับสินค้าจริง หากระบุว่า “น้ำมะพร้าว 100%” ก็ต้องเป็นน้ำมะพร้าว 100% และหากระบุว่า “น้ำมะพร้าวน้ำหอม 100%” ก็ต้องผลิตจากน้ำมะพร้าวน้ำหอมจริง เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าได้มาตรฐาน”นายพูนพงษ์ กล่าว

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า นอกจากการตรวจสอบความสมดุลของวัตถุดิบกับผลผลิตแล้ว แนวทางแก้ปัญหายังครอบคลุมการกำกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ การตรวจสอบและรับรองสถานที่แปรรูปขั้นต้น การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ การพัฒนาเกณฑ์ตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ การแสดงฉลากผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวให้ชัดเจน และการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต

พาณิชย์ ลุยตรวจเข้ม “น้ำมะพร้าวปลอมปน” สกัดกระทบราคา-ความเชื่อมั่นส่งออกไทย

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์จะตั้งทีมงานดูแลปัญหามะพร้าวและน้ำมะพร้าวเป็นการเฉพาะ พร้อมมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาทั้งระบบ เพื่อป้องกันการปลอมปน สร้างความเป็นธรรมทางการค้า เพิ่มโอกาสให้เกษตรกรได้รับราคาที่เหมาะสม และรักษาความเชื่อมั่นต่อน้ำมะพร้าวไทยในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

พาณิชย์ ลุยตรวจเข้ม “น้ำมะพร้าวปลอมปน” สกัดกระทบราคา-ความเชื่อมั่นส่งออกไทย

ด้านนางสาวสุกานดา รัตนโกสุม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจนเนอรัล เบฟเวอร์เรจ จำกัด กล่าวว่า บริษัทดำเนินการผลิตและจำหน่ายน้ำมะพร้าวแท้บรรจุขวดแบรนด์ “อีฟ” มาตั้งแต่ปี 2555 มีกรรมวิธีการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล จัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น เยอรมนี สหรัฐอาหรับเอมิเรต จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา และลาว มีอัตรากำลังการผลิตเครื่องดื่ม รวมทั้งน้ำมะพร้าวกว่า 1,000,000 ขวดต่อวัน และใช้น้ำมะพร้าวแท้ปริมาณ 200,000 ลิตรต่อวัน

โดยน้ำมะพร้าว ซื้อมาจากล้งที่ขึ้นทะเบียนกับบริษัท และผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ได้แก่ จ.ราชบุรี 4 ล้ง จ.สมุทรสงคราม 22 ล้ง จ.ประจวบคีรีขันธ์ 9 ล้ง จ.ชุมพร 6 ล้ง ส่วน จ.นครศรีธรรมราช 2 ล้ง จ.สุราษฎร์ธานี 2 ล้ง และ จ.สงขลา 1 ล้ง อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียน และราคารับซื้อ น้ำมะพร้าวผลแก่ 7.50-9 บาทต่อลิตร สัดส่วน 90% ของปริมาณรับซื้อ 200,000 ลิตรต่อวัน และน้ำมะพร้าวน้ำหอม 20-30 บาทต่อลิตร สัดส่วน 10%  
         
นอกจากนี้ บริษัทยังมีระบบควบคุมคุณภาพ โดยมีเครื่องตรวจสอบน้ำมะพร้าวแท้ได้ถึงระดับโมเลกุล เป็นเครื่องแรกและเครื่องเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สามารถแยกน้ำมะพร้าวแท้กับน้ำมะพร้าวปลอม ทั้งการปลอมปนของน้ำในน้ำมะพร้าว และการปลอมปนของน้ำตาลในน้ำมะพร้าว ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าน้ำมะพร้าวที่ผลิตออกมา เป็นน้ำมะพร้าวแท้ 100%

สำหรับสถานการณ์ราคามะพร้าว มองว่าเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ความต้องการในตลาดบางช่วงลดลงตามฤดูกาล รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และค่าแรงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ล้งบางแห่งชะลอการแปรรูป เนื่องจากไม่คุ้มกับต้นทุน

ส่วนปัญหาการปลอมปนน้ำมะพร้าวเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ  ยอมรับว่า เป็นอุปสรรคทางการค้า เพราะมีการตรวจสุ่มสารปนเปื้อน และการส่งเข้าห้องปฏิบัติการมาตรฐานสากลจากประเทศปลายทาง แต่สินค้าของบริษัท ไม่เคยถูกปฏิเสธการนำเข้า แต่กระบวนการตรวจสอบคุณภาพจะเข้มงวดมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องน้ำมะพร้าวปลอมปน ประกอบกับ ภาวะสงครามในต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง บรรจุภัณฑ์ขาดแคลน และวัตถุดิบขาดแคลนชั่วคราว ทำให้ยอดการส่งออกในบางช่วงปรับลดลง เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ลดลง ประมาณ 10 – 20 %

“ยืนยันว่า ปัญหาน้ำมะพร้าวปลอมปนเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องเร่งควบคุม เพื่อไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของคู่ค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดใหญ่อย่างประเทศจีน ซึ่งขณะนี้ทุกภาคส่วนกำลังเร่งเข้มงวดเพื่อรักษาภาพลักษณ์สินค้าเกษตรส่งออกของไทย”นางสาวสุกานดา กล่าว