นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง กรรมการสมาคมเหล็กทรงยาวมาตรฐาน กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหล็ก ไทยควรเรียนรู้บทเรียนจากวิกฤติเหล็ก ช่วง IMF ในปี 2540 โดยภาคอุตสาหกรรมเหล็กจำเป็นต้องเดินหน้าปรับตัวทั้งด้านประสิทธิภาพ คุณภาพความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ซึ่งมองว่า การปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานเหล็กของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ไม่ใช่การกีดกันผู้ประกอบการ แต่เป็นการสร้างมาตรฐานเดียวเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
สำหรับการขยายตัวของโรงงานเตาหลอมแบบ Induction Furnace (IF) นายประวิทย์ เห็นว่าประเด็นสำคัญไม่ควรอยู่ที่ว่าเทคโนโลยีมาจากประเทศใด แต่ต้องพิจารณาความสามารถในการควบคุมคุณภาพ ความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ และความปลอดภัย โดยเฉพาะเหล็กที่นำไปใช้ในโครงสร้างอาคาร และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชน
ทั้งนี้ในวันที่ 17 ส.ค.69 นี้ จะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น (ประชาพิจารณ์) ร่างมาตรฐานเหล็กฉบับใหม่ ซึ่งในฐานะกรรมการเหล็กทรงยาวมาตรฐาน อยากที่จะเห็นการแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ หัวใจสำคัญคือ การยกระดับมาตรฐานเหล็กให้สามารถควบคุมคุณภาพ และความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“จากวิกฤติ ปี 2540 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กอย่างรุนแรงจากเงินบาทอ่อน หนี้ต่างประเทศ และความต้องการใช้เหล็กลดลง ขณะที่ธุรกิจเหล็กต้องใช้เงินลงทุนสูงทั้งโรงงาน เครื่องจักร ระบบควบคุมคุณภาพ และสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากประสบปัญหาทางการเงิน ต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการฟื้นฟู เจ็บแล้วจำคือ อย่าให้ประวัติศาสตร์ไทยซ้ำรอยจาก "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" ในวิกฤติ IMF สู่หายนะเหล็ก IF โจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมเหล็กไทยคือ ยกระดับมาตรฐานเหล็ก IF”
การแข่งขันในอุตสาหกรรมเหล็กไม่ได้กระทบเฉพาะโรงงาน แต่เชื่อมโยงไปถึงแรงงาน ครอบครัว ผู้รับเหมา ผู้ขนส่ง ผู้ค้าเศษเหล็ก และ Supply Chain โดยรอบ จึงจำเป็นต้องมองการยกระดับอุตสาหกรรมในภาพรวม ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะต้นทุนของผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง
แต่การปรับปรุงมาตรฐาน มอก. ควรใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับผู้ประกอบการทุกสัญชาติ หากเทคโนโลยีใดสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานที่เข้มขึ้นได้ ก็ควรแข่งขันอย่างเท่าเทียม แต่หากมีข้อจำกัด ก็ต้องปรับปรุงกระบวนการผลิต และเทคโนโลยี ซึ่งมาตรฐานที่ดีต้องทำให้ประชาชนมั่นใจว่า เหล็กทุกเส้นที่ออกจากโรงงานมีระบบการผลิต และควบคุมคุณภาพที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่เพียงตัวอย่างบางชิ้นที่นำมาทดสอบแล้วผ่าน
อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องการเงินลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงจีน แต่ควรเป็นการลงทุนที่นำเงินทุน เทคโนโลยี Know-how และมาตรฐานที่สูงขึ้นเข้ามา ไม่ใช่แข่งขันด้วยการลดมาตรฐาน เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่มีต้นทุนต่ำกว่า
ทั้งนี้ มองว่า โรงงานสามารถปรับปรุงได้ เครื่องจักรสามารถเปลี่ยนได้ เทคโนโลยีสามารถ Upgrade ได้ แต่มาตรฐานความปลอดภัยของประชาชน ไม่ควรถูก Downgrade
นายประวิทย์ กล่าวย้ำว่า ยังต้องการเห็นอุตสาหกรรมเหล็กไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งด้านประสิทธิภาพ คุณภาพ ความรับผิดชอบต่อสังคม และความพร้อมสู่ยุคอุตสาหกรรมสีเขียว โดยมองว่าความสามารถในการแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้วัดกันเพียงต้นทุน แต่รวมถึงคุณภาพ ความปลอดภัย การใช้พลังงาน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์



