สถานการณ์ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว สงครามการค้า การทะลักเข้ามาของสินค้าต่างชาติ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงภัยธรรมชาติที่ยากจะคาดเดา ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้สถาบันการเงินเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้ประกอบการรายใหญ่เพื่อลดความเสี่ยงหนี้เสีย (NPL)
ขณะเดียวกัน SMEs ส่วนใหญ่ยังขาดความพร้อมในด้านบัญชีและการเงินที่ชัดเจน รวมถึงขาดแผนธุรกิจที่สะท้อนความสามารถในการชำระหนี้ ทำให้เข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้ยากกว่ารายใหญ่
วิกฤตปิดกิจการพุ่ง-ก่อสร้างและร้านอาหารทรุด
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ข้อมูลจากการสำรวจโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 พบสัญญาณที่น่ากังวล
โดยมีธุรกิจ SMEs ปิดกิจการรวมถึง 4,199 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 280 ราย ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานกว่า 33,854 ตำแหน่ง โดยภาคบริการมีการปิดตัวสูงสุด ตามด้วยภาคการค้าและการผลิต
กลุ่มธุรกิจที่เปราะบางที่สุด คือ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแบบดั้งเดิม ที่ขาดนวัตกรรมและการบริหารต้นทุนจนไม่สามารถสู้รายใหญ่ได้ และธุรกิจร้านอาหาร ที่มีการแข่งขันรุนแรงจากผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้ามาง่าย แต่ต้องแบกรับต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงจากภาวะโลกรวน อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากภาคการท่องเที่ยวที่ยังซบเซา
นายพิชิต กล่าวเน้นย้ำว่า ทางรอดของ SMEs คือการปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งต้องเร่งเพิ่มทักษะด้านการจัดการบัญชีเพื่อให้พิสูจน์แหล่งที่มาของรายได้ได้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยเปิดประตูสู่แหล่งทุนในระบบได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การนำแนวทาง ESG มาใช้ยังเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความยั่งยืนระยะยาว
อัดฉีดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% หนุนธุรกิจสีเขียว
เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุน SME D Bank ได้ขับเคลื่อนผ่านแนวทางพัฒนาคู่เติมทุน โดยมีผลิตภัณฑ์เด่นคือ สินเชื่อตามนโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA) อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี ประกอบด้วย 3 วงเงินหลัก แบ่งเป็น
1.) สินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย เพื่อหนุนการลงทุนเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เช่น Solar Cell หรือรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
2.) สินเชื่อปลุกพลัง SME วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย สำหรับรายย่อยโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
3.) สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจให้เติบโตมั่นคง
มาตรการ "3 ลด ปลดหนี้" พยุงกลุ่มเปราะบาง
นอกจากการเติมทุนแล้ว ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการดูแลลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง (Special Mention : SM) ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ตามศักยภาพจริง ด้วยมาตรการ “3 ลด ปลดหนี้” คือ
1. ลดผ่อน ปรับวงเงินการผ่อนชำระตามกำลังของกิจการ
2. ลดเงินต้น นำเงินค่างวดมาชำระตามเงื่อนไขเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น
3. ลดดอกเบี้ยค้างชำระ เมื่อชำระตามเงื่อนไขหรือปิดบัญชี
นอกจากมาตรการทางการเงิน SME D Bank ยังสนับสนุนด้านความรู้ผ่าน DX Platform dx.smebank.co.th แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารต้นทุนและขยายตลาดได้ทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป ทั้งหมดนี้เพื่อรักษาการจ้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมให้เดินหน้าต่อไปได้



