วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

'คมนาคม' เปิดแผนบูมอีสานใต้ 'รถไฟทางคู่-สนามบินบุรีรัมย์' ดันท่องเที่ยว

กระทรวงคมนาคมได้กำหนดแผนขับเคลื่อนโครงการสำคัญในปี 2570 รวม 262 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 229,769 ล้านบาท โดยพบว่ามีโครงการลงทุน และโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งถือเป็นภูมิภาคที่มีขนาดใหญ่มีประชาชนจำนวนมาก และยังเป็นเส้นทางสำคัญของการเชื่อมต่อการขนส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว และจีน

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า โครงข่ายคมนาคมที่สำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ โครงการรถไฟทางคู่ เนื่องจากจะสามารถขนส่งสินค้า และการเดินทางได้จำนวนมาก อีกทั้งยังใช้เวลาการเดินทางไม่สูงหากเทียบกับการขนส่งทางบก ซึ่งปัจจุบันมีโครงการรถไฟทางคู่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และเตรียมเสนอขออนุมัติเริ่มก่อสร้าง

ทั้งนี้ จะมีโครงการพัฒนาผ่านสถานีรถไฟชุมทางถนนจิระ อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่ช่วงมาบกระเบา (สระบุรี) ที่จะมาถึงสถานีชุมทางถนนจิระ ซึ่งจะเปิดบริการภายในปี 2569 และสถานีชุมทางถนนจิระจะเป็นชุมทางเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟไปอีสานเหนือปลายทาง จ.หนองคาย และเส้นทางอีสานใต้ ปลายทาง จ.อุบลราชธานี

สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ - อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 44,095 ล้านบาท เตรียมเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อต่อขยายโครงข่ายขนส่งทางรางให้สมบูรณ์มากขึ้น เบื้องต้นคาดว่าจะเสนอ ครม.ขออนุมัติโครงการ ภายในไตรมาส 1 ปี 2570 เริ่มก่อสร้างภายในปี 2571 และเปิดให้บริการปี 2575

รวมทั้งโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี มีแนวเส้นทางครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ทั้งด้านการเกษตร การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ตลอดจนการค้าชายแดน 

'คมนาคม' เปิดแผนบูมอีสานใต้ 'รถไฟทางคู่-สนามบินบุรีรัมย์' ดันท่องเที่ยว

ขณะที่การผลักดันรถไฟทางคู่สายนี้ จึงนับเป็นหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่จะเข้ามารองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอีสานใต้ในระยะยาว เชื่อมโยงการขนส่งไปยังพื้นที่ชายแดน และประเทศเพื่อนบ้าน

เมกะโปรเจกต์หนุนพัฒนาเมือง

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ขนาดใหญ่ และมีประชากรมาก ดังนั้นโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมจึงสำคัญต่อการพัฒนาเมือง และคุณภาพชีวิตของประชาชน

อีกทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีด่านการค้าสำคัญที่เชื่อมการขนส่งไปประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ด่านจังหวัดนครพนม ซึ่งมีมูลค่าการส่งออก และนำเข้าระดับหมื่นล้านบาท โดยส่วนนี้คิดเป็นการส่งออก 70% และนำเข้า 30% สะท้อนการค้าชายแดนพื้นที่นี้ ไทยได้ดุลการค้า

ดังนั้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจึงรองรับโอกาส และการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่เพียงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแต่เป็นการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ 

“กระทรวงคมนาคมไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงการลงทุนเมกะโปรเจกต์ใหญ่อย่างรถไฟความเร็วสูง แต่ให้ความสำคัญถึงการลงทุนรถไฟทางคู่ที่จะเป็นทางเลือกการเดินทางของประชาชน และการขนส่งสินค้าทางรางที่มีต้นทุนต่ำกว่าการขนส่งประเภทอื่น” นายสิริพงศ์ กล่าว

ขยายสนามบินบุรีรัมย์หนุนท่องเที่ยว

นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่า กรมท่าอากาศยานได้เร่งขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานบุรีรัมย์เพื่อรองรับการขยายตัวของปริมาณนักท่องเที่ยว และรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ที่มีความต้องการเข้าใช้บริการ โดยเฉพาะในช่วงการแข่งขัน MotoGP ซึ่งล่าสุดกรมท่าอากาศยานได้เร่งงานก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่พร้อมเปิดให้บริการแล้ว

สำหรับอาคารผู้โดยสารหลังใหม่นี้ จะเพิ่มพื้นที่ใช้สอยรวม 25,500 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 1,000 คนต่อชั่วโมง หรือประมาณ 2.8 ล้านคนต่อปี รองรับทั้งเที่ยวบินภายในประเทศ และระหว่างประเทศ 

ทั้งนี้ การพัฒนาท่าอากาศยานบุรีรัมย์จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเดินทางของประชาชน และนักท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง อีกทั้งยังเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันบุรีรัมย์สู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับจังหวัด ภูมิภาค และประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ กรมท่าอากาศยานยังอยู่ระหว่างเร่งรัดงานก่อสร้างต่อเติมความยาวทางวิ่ง (รันเวย์) จาก 2,100 เมตร เป็น 2,990 เมตร ขยายทางขับ (แท็กซี่เวย์) และลานจอดเครื่องบินขนส่งสินค้า และอาคารคลังสินค้า พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบิน ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ วงเงิน 949 ล้านบาท สถานะล่าสุดคืบหน้างานก่อสร้าง 97.08% คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569

เสริมศักยภาพ “นครราชสีมา” ประตูอีสาน

ขณะที่โครงการมอเตอร์เวย์ M6 บางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ซึ่งจะเป็นเส้นทางสำคัญในการเดินทาง ทางถนนเข้าสู่นครราชสีมาก่อนเชื่อมต่อทั้งอีสานเหนือ และอีสานใต้ โดยเป็นโครงการเร่งรัดในแผน Quick-win

สำหรับงานโยธาคืบหน้า 99.24% ซึ่งกระทรวงคมนาคม คาดเปิดทดลองให้บริการตลอดเส้นทางปลายปี 2569 และเริ่มเก็บค่าผ่านทางปี 2570 โดยจะลดเวลาการเดินทางของประชาชน แก้ปัญหาจราจรติดขัดช่วงเทศกาลได้ดี

นอกจากนี้โครงการรถไฟความเร็วสูงความร่วมมือไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 179,412 ล้านบาท ก่อสร้างเสร็จ 2 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญา และอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้าง 2 สัญญา ทำให้ภาพรวมการก่อสร้างคืบหน้า 55.27% คาดว่าเปิดบริการปี 2573

อีกทั้งกระทรวงคมนาคมผลักดันระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 357.12 กิโลเมตร วงเงิน 341,351 ล้านบาท ซึ่งกำลังจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) และราคากลางงานก่อสร้าง และงานควบคุมงาน ควบคู่การเวนคืนที่ดิน ซึ่งจะประกาศประกวดราคาภายในเดือนธ.ค.2569 เริ่มก่อสร้างปี 2570 และก่อสร้างเสร็จปี 2574

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์