วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

'เอกนัฏ' หั่นราคา ณ โรงกลั่นอีก 2.40 บาท มีผล 16 ส.ค. - 15 ก.ย.69 นี้ 4.4 พันล้าน

"เอกนัฏ" ดึงงบส่วนเกินค่าการกลั่นอีก 4,475 ล้านบาท ต่อโปรอุ้มราคาน้ำมันดีเซลลง 2.40 บาท ช่วยลดค่าครองชีพ ท่ามกลางวิกฤติราคาน้ำมันโลก และช่องแคบฮอร์มุซผันผวน

KEY POINTS

  • กบง. มีมติเห็นชอบให้นำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นน้ำมันมูลค่า 4,475 ล้านบาท มาใช้เป็นส่วนลดราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
  • มาตรการดังกล่าวจะปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (บี 0, บี 7, บี 20) ลง 2.40 บาทต่อลิตร
  • ส่วนลดนี้จะมีผลเป็นเวลา 31 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. - 15 ก.ย.2569
  • เงินจำนวนนี้นำมาจากผลประโยชน์ส่วนเกินคงเหลือของกลุ่มโรงกลั่นในเดือนกรกฎาคม 2569 และหลังจากการดำเนินการครั้งนี้จะยังคงมีผลประโยชน์ส่วนเกินคงเหลือประมาณ 2,445 ล้านบาท
  • การดำเนินการครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 6 ทำให้ยอดรวมผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นที่นำมาช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนอยู่ที่ประมาณ 17,422 ล้านบาท

การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ครั้งที่ 10/2569 เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2569 ที่มี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้นำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นมาใช้เป็นส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 2.40 บาทต่อลิตร ต่อเนื่องอีก 31 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. – 15 ก.ย.2569 คิดเป็นมูลค่า 4,475 ล้านบาท 

โดยเป็นการดำเนินการ ครั้งที่ 6 ส่งผลให้สามารถนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นมาใช้เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน รวมประมาณ 17,422 ล้านบาท

นายเอกนัฏ เปิดเผยในรายละเอียดว่า สถานการณ์ตลาดน้ำมันโลกในช่วงเดือนกรกฎาคม ต่อเนื่องถึงต้นเดือนสิงหาคม 2569 ยังคงมีความไม่แน่นอน โดยราคาน้ำมันดิบ และราคาน้ำมันสำเร็จรูปอาจเคลื่อนไหวในทิศทางที่แตกต่างกัน จากข้อจำกัดด้านกำลังการกลั่น และอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปในบางภูมิภาค ขณะที่สถานการณ์การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดนำมาสะท้อนในราคาน้ำมันดิบ ส่งผลให้ค่าการกลั่นยังคงมีความผันผวน จากการรวบรวมข้อมูลต้นทุนในการกลั่นน้ำมันดิบจนได้มาซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 ราย

ในช่วงวันที่ 1–31 ก.ค.2569 พบว่า มีผลประโยชน์ส่วนเกินเกิดขึ้นประมาณ 9,735 ล้านบาท โดยได้นำผลประโยชน์ส่วนเกินจำนวนประมาณ 2,815 ล้านบาท ไปใช้เป็นส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น ตามมติ กบง. เมื่อวันที่ 23 ก.ค.2569 ส่งผลให้มีผลประโยชน์ส่วนเกินคงเหลือประมาณ 6,920 ล้านบาท

นายเอกนัฏ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานยังมีความผันผวน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของสถานการณ์ตลาด และความเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน

 

 

 

ที่ประชุม กบง. จึงมีมติเห็นชอบให้นำผลประโยชน์ส่วนเกินของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันในเดือนกรกฎาคม 2569 ที่คงเหลือประมาณ 6,920 ล้านบาท มาใช้เป็นส่วนลดของราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเพิ่มเติม โดยเห็นชอบให้ ปรับลดราคา ณ โรงกลั่น

สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 0 บี 7 และบี 20 ลง 2.40 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 31 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. -15 ก.ย.2569 คิดเป็นมูลค่าผลประโยชน์ส่วนเกินที่นำมาใช้เป็นส่วนลดประมาณ 4,475 ล้านบาท และจะมีผลประโยชน์ส่วนเกินคงเหลือประมาณ 2,445 ล้านบาท สำหรับใช้บริหารจัดการต่อไป

“เราต้องการให้ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ค่าการกลั่นในช่วงที่อยู่ในระดับสูง ถูกนำกลับมาใช้เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน ขณะเดียวกันภาครัฐจะยังคงติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน ต้นทุนการกลั่น และองค์ประกอบของราคา ณ โรงกลั่นอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างเหมาะสม และเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน” นายเอกนัฏ กล่าว

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์