วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

“ไทยช่วยไทยพลัส” ดันดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ค.69 ปรับขึ้นต่อเนื่องเดือนที่  2

ม.หอการค้าไทย เผย ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน ก.ค.อยู่ที่ 51.8 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ผลจากไทยช่วยไทยพลัส ดึงกำลังซื้อประชาชน  ขณะที่ดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าไทยยังดิ่งทำสถิติต่ำสุดในรอบ35เดือนหลังกำลังซื้อหด สินค้าต่างประเทศเข้ามาแข่งรุนแรง

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือน ก.ค.69 อยู่ที่ 51.8 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดย รวม อยู่ที่ 45.3 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน อยู่ที่ 49.8 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 60.5 โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯ ทุกรายการ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 เช่นกัน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.69 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองนั้น มาจากผู้บริโภคมีความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น หลังจากรัฐบาลทำโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาแล้วเป็นเดือนที่สอง

 “ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ที่ดีขึ้นเป็นเดือนที่ 2 มาจากปัจจัยของมาตรการ ไทยช่วยไทยพลัส ชัดเจนที่สุด ซึ่งประชาชนมีความมั่นใจขึ้นในการจับจ่ายใช้สอย เพราะเหมือนมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 1 พันบาท ซึ่งช่วยในเรื่องการดูแลค่าครองชีพได้ดี” นายธนวรรธน์ กล่าว

“ไทยช่วยไทยพลัส” ดันดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ค.69 ปรับขึ้นต่อเนื่องเดือนที่  2

นอกจากนี้ ประชาชนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามสหรัฐ-อิสราเอล และอิหร่าน ที่เริ่มคลี่คลายลงในช่วงเดือนก.ค. ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลก และในประเทศเริ่มปรับตัวลดลง, ราคาพืชผลทางการเกษตรหลัก ปรับตัวอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงบวก และเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนในประเทศ ซึ่งส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และเป็นผลดีต่อค่าครองชีพของประชาชน

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ในช่วงขาขึ้น คาดว่าการบริโภคจะฟื้นตัวต่อเนื่อง ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ซึ่งได้แรงกระตุ้นจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 รวมทั้งการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และหากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน คลี่คลาย ราคาน้ำมันลดลง ราคาพืชผลทางการเกษตรหลักปรับตัวอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตได้ 2-2.5%

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย(ภาคธุรกิจ) เดือนก.ค.2569ว่า อยู่ที่41.5 ปรับตัวขึ้น0.1จุดจากเดือนก่อนหน้า และทำสถิติต่ำสุดในรอบ 35 เดือน หรือเกือบ 3 ปี  โดยมีสาเหตุจากกำลังซื้อของประชาชนในแต่ละภูมิภาคอยู่ในระดับต่ำ เพราะมีหนี้ครัวเรือนสูง ว่างงานสูง รายได้ไม่มาก ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศไม่ดี การท่องเที่ยวยังไม่โดดเด่น แม้ราคาสินค้าสำคัญ ทั้งข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน เริ่มสูงขึ้น แต่ไม่ได้อยู่ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว หรือเกษตรกรไม่มีผลผลิตในมือ จึงทำให้รายได้ไม่เพิ่มขึ้นตาม และกำลังซื้ออยู่ในระดับต่ำ

รวมทั้งประสบปัญหาถูกทุ่มตลาดจากสินค้าและธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาแข่งขันไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหารทำให้ยอดขายภาคธุรกิจตกลง นอกจากนี้ต้นทุนการผลิตยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งไฟฟ้า และน้ำมันทำให้กำไรลดลงและส่งผลกระทบไปยังสภาพคล่อง ขณะที่การเข้าถึงสินเชื่อยังมีปัญหา

“จะเห็นชัดเจนว่าการคาดการณ์เศรษฐกิจในอนาคตอีก 6 เดือนข้างหน้าผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่าแย่ลงเกือบทุกรายการ ทั้ง เศรษฐกิจโดยรวม การบริโภค การท่องเที่ยว ภาคเกษตรการค้า และอุตสาหกรรม ยกเว้น ภาคบริการ โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยอาจจะยังไม่ดีขึ้นจนถึงปลายปี” นายธนวรรธน์ กล่าว