สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน สำนักงาน กกพ. เดินหน้าปรับโครงสร้างค่าไฟครั้งสำคัญ เตรียมส่งมติให้ 3 การไฟฟ้า ทั้งการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินการ หลังสรุปผลรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า และการแยกค่าใช้จ่ายไฟฟ้าสาธารณะออกจากต้นทุนค่าไฟของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ภายหลัง กกพ. สรุปผลการรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอการปรับปรุงโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแล้ว จากนี้จะมีการแจ้งมติไปยัง 3 การไฟฟ้า เพื่อดำเนินการตามแนวทางใหม่ โดยจะส่งผลให้ บิลค่าไฟฟ้าประจำเดือน ก.ย. 2569 ลดลงประมาณ 6 สตางค์ต่อหน่วย
จากเดิมอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่กำหนดไว้ 3.95 บาทต่อหน่วย ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จะลดลงเหลือประมาณ 3.89 บาทต่อหน่วย เนื่องจากมีการนำค่าใช้จ่ายไฟฟ้าสาธารณะ หรือค่าไฟฟ้าสำหรับระบบไฟถนน ออกจากต้นทุนค่าไฟฟ้าฐานที่ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปต้องร่วมรับภาระ
เปิดโครงสร้างใหม่ ตัด “ไฟถนน” ออกจากบิลประชาชน
ประเด็นสำคัญของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ คือ การแยกค่าใช้จ่ายไฟฟ้าสาธารณะ ออกจากอัตราค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเดิมเป็นต้นทุนแฝงที่ประชาชนร่วมแบกรับมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี คิดเป็นภาระประมาณ 18,000 ล้านบาทต่อปี
เมื่อแยกค่าใช้จ่ายดังกล่าวออกจากโครงสร้างค่าไฟ จะทำให้อัตราค่าไฟฟ้าฐานลดลงจากเดิม 3.78 บาท เหลือ 3.72 บาทต่อหน่วย หรือลดลง 6 สตางค์ต่อหน่วย
เมื่อนำไปรวมกับค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือ ค่าเอฟที (Ft) จะทำให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในรอบบิลเดือน ก.ย. 2569 อยู่ที่ประมาณ 3.89 บาทต่อหน่วย จากเดิม 3.95 บาทต่อหน่วย
"กกพ.มองว่า การแยกต้นทุนไฟฟ้าสาธารณะออกมาเป็นอัตราเฉพาะ จะช่วยทำให้โครงสร้างต้นทุนค่าไฟมีความชัดเจนมากขึ้น และลดภาระที่ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปต้องแบกรับร่วมกับค่าใช้จ่ายด้านสาธารณะ"
“200 หน่วยแรก” ไม่เกิน 3 บาท ครอบคลุมบ้านเช่า-หอพัก
ขณะเดียวกัน กกพ.ได้ปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า ให้สอดคล้องกับกรอบนโยบายของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่กำหนดให้ ค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์ขนาดไม่เกิน 5 แอมแปร์ ซึ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1.1 ของ กฟน. และประเภทที่ 1.1.1 ของ กฟภ. รวมถึงผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์ขนาดเกิน 5 แอมแปร์ ซึ่งอยู่ในประเภทที่ 1.2 ของ กฟน. และประเภทที่ 1.1.2 ของ กฟภ.
สาระสำคัญคือ ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยจะได้รับอัตราสำหรับ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ขณะที่การใช้ไฟฟ้าในช่วง 201-400 หน่วย และตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป ยังคงใช้อัตราเดิม
การปรับอัตราครั้งนี้ยังขยายขอบเขตให้ครอบคลุม บ้านเช่า หอพัก อพาร์ตเมนต์ และบ้านที่ไม่มีทะเบียนบ้าน โดยให้ใช้อัตราเดียวกับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย เพื่อให้มาตรการช่วยเหลือเข้าถึงผู้ใช้ไฟฟ้าได้ครอบคลุมมากขึ้น
เปลี่ยนแหล่งเงินอุดหนุน ลดการแบกภาระผ่านค่าไฟ
สำหรับแนวทางการจัดเก็บค่าไฟฟ้าสาธารณะ กกพ.จะดำเนินการตามกรอบที่ กพช.มอบหมาย โดยเตรียมปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ กองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อเปิดทางให้มีการจัดเก็บเงินจากแหล่งใหม่เพิ่มเติม
ขณะที่แหล่งเงินที่อยู่ระหว่างการผลักดัน ได้แก่ ผู้ใช้ไฟฟ้าดาต้าเซ็นเตอร์ ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) เงินจากการลดอัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเพิ่ม หรือ Adder และโครงการโซลาร์ชุมชน
"เงินจากแหล่งดังกล่าวจะถูกนำมาใช้สำหรับ ลดภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะ และสนับสนุนการลดภาระค่าไฟฟ้าของภาคครัวเรือนในระยะต่อไป แทนการนำต้นทุนทั้งหมดมากระจายผ่านผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป"
ส่วนเงินที่นำมาใช้สนับสนุนมาตรการ ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย จะมาจาก 3 การไฟฟ้า ได้แก่ กฟผ. กฟน. และ กฟภ.
จับตา “ค่าไฟโครงสร้างใหม่” ลดภาระครัวเรือน
การปรับโครงสร้างครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการลดค่าไฟเฉลี่ย 6 สตางค์ต่อหน่วยในรอบบิลเดือน ก.ย. แต่เป็นการวางโครงสร้างใหม่ให้ ค่าใช้จ่ายไฟฟ้าสาธารณะถูกแยกออกจากค่าไฟของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป ขณะเดียวกันกำหนดกลไกอัตราก้าวหน้าเพื่อช่วยลดภาระกลุ่มครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่สูง โดยเฉพาะการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก
กกพ.จะส่งมติให้ 3 การไฟฟ้า นำไปดำเนินการต่อ ทำให้บิลค่าไฟเดือน ก.ย. 2569 จะเป็นจุดเริ่มต้นของโครงสร้างค่าไฟรูปแบบใหม่ ที่ผู้ใช้ไฟฟ้าจะเห็นผลโดยตรงทั้งจากการลดต้นทุนไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิล และมาตรการค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทตามนโยบายของ กพช.



