"พิพัฒน์" กางแผนเปลี่ยนรถขนส่ง EV 100% หารือคลังขอใช้เงินกู้ คาดเสนอแผนเร็วสุด ส.ค.นี้ หวังยกเลิกใช้เครื่องสันดาป-แก๊ส
KEY POINTS
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม เร่งผลักดันโครงการเปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะของ ขสมก. ให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
- เตรียมเสนอแผนขอใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ ภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเป็นงบประมาณสำหรับโครงการ
- ตั้งเป้าให้ ขสมก. เปลี่ยนไปใช้รถ EV ครบ 100% โดยคาดว่าจะเริ่มรับมอบรถชุดแรกได้ในช่วงต้นปี 2570
- มีแผนขยายโครงการเปลี่ยนรถโดยสารเป็น EV ไปยังรถที่วิ่งให้บริการระหว่างจังหวัดในอนาคต
วันนี้ (11 ส.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานสำคัญของกระทรวงคมนาคม ทั้งในด้านการจัดโครงสร้างบุคลากรระดับสูงและการผลักดันนโยบายขนส่งสาธารณะพลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อยกระดับการบริการประชาชน
นายพิพัฒน์ ระบุ ถึงความคืบหน้าโครงการเปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ให้เป็นรถไฟฟ้า (EV) ว่า ขณะนี้มีการหารือกับกระทรวงการคลังอย่างต่อเนื่องเรื่องแหล่งเงินกู้ ตามพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งมีในส่วน 2 แสนล้านบาทหลังใช้ในเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน มีความเป็นไปได้แค่ไหนนำมาใช้กับการเปลี่ยนรถขนส่งโดยสารสาธารณะเป็นรถ EV ทั้งหมด
ทั้งนี้ หากตามแผนที่ตั้งเป้าหมายไว้ ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ปี 70 จะเริ่มได้รับรถ EV ชุดแรก และเมื่อพ้นช่วงกลางปี 70 เป็นต้นไป คาดว่าจะมีรถ EV เข้าสู่ระบบรวมประมาณ 2,320 คันตามแผนที่นำเสนอไว้
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เมื่อได้รับรถครบตามจำนวน ขสมก. จะยกเลิกรถโดยสารที่ใช้ระบบเครื่องยนต์สันดาปและก๊าซธรรมชาติทั้งหมด เพื่อเปลี่ยนเป็นระบบ EV แบบ 100% และยังมีแผนขยายผลไปยังรถโดยสารสาธารณะระหว่างจังหวัดที่จะเปลี่ยนเป็น EV อีกด้วย
สำหรับในส่วนของงบประมาณที่ใช้นั้น ขณะนี้ได้สั่งการให้อธิบดีกรมการขนส่งทางบกไปพิจารณารายละเอียดงบประมาณ และอาจมีการขอแบ่งเงินจากพ.ร.ก.กู้เงินมาใช้หากเข้าหลักเกณฑ์ ซึ่งคาดว่าจะสรุปตัวเลขและนำเสนอแผนได้เร็วที่สุด หรือต้องเริ่มเสนอภายในเดือนส.ค.นี้





