วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

จับตา ครม.ตั้ง 'ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล' นั่งปลัดคมนาคม

จับตาวาระ ครม.วันนี้ คมนาคมเสนอตั้ง “ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล” อธิบดีกรมทางหลวง ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดทางบ้านใหญ่จัดทัพกรมใหญ่คุมโปรเจกต์สร้างทาง

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (11 ส.ค.) กระทรวงคมนาคม จะมีการเสนอวาระการแต่งตั้ง-โยกย้าย ข้าราชการระดับสูง ในตำแหน่ง ปลัดกระทรวงคมนาคม แทนนายชยธรรม์ พรหมศร ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.2569 โดยคาดว่าจะมีการเสนอ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) คนปัจจุบัน ซึ่งเป็นอธิบดีที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ปัจจุบันอายุ 50 ปี

สำหรับ "ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล" อธิบดีกรมทางหลวงคนที่ 35 ถือเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ ของกระทรวงคมนาคม ปัจจุบันอายุราชการเหลือยาวนานถึง 10 ปี โดยจะเกษียณอายุราชการในปี 2579 ดังนั้นการแต่งตั้งขึ้นมาเป็นตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม จะสามารถวางรากฐานและคุมเมกะโปรเจกต์คมนาคมได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน

จับตา ครม.ตั้ง 'ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล' นั่งปลัดคมนาคม

ประวัติการศึกษา พบว่า สำเร็จการศึกษาในสายวิศวกรรมศาสตร์และการขนส่งจากสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

  • ปริญญาตรี  วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมโยธา) จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ปี 2540)
  • ปริญญาโท  Master of Engineering (Transportation Engineering) จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (AIT)
  • ปริญญาเอก  Doctor of Philosophy (Transport Studies) จาก Imperial College London ประเทศอังกฤษ (นักเรียนทุนรัฐบาล ก.พ.)

เส้นทางการทำงานและตำแหน่งสำคัญ ได้เติบโตอย่างมั่นคงจากสายงานเทคนิค การบริหารโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง และถือเป็นลูกหม้อในกรมทางหลวง

ปี 2563 ผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์)

ปี 2564 ผู้อำนวยการสำนักแผนงาน กรมทางหลวง

ปี 2565 รองอธิบดีกรมทางหลวง

ปี 2567 ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม

1 ต.ค.2568 ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมทางหลวง คนที่ 35 ทำสถิติเป็นอธิบดีกรมทางหลวงที่อายุน้อยที่สุดตอนเข้ารับตำแหน่งในประวัติศาสตร์ของกรมทางหลวง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้ง นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล จากอธิบดีกรมทางหลวงที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งไม่นานขึ้นมาเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม จะส่งผลให้เก้าอี้ อธิบดีกรมทางหลวง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณสูงสุดในสังกัดกระทรวงคมนาคมต้องว่างลง ถือเป็นการเปิดทางให้มีการสรรหาบุคคลใหม่เข้ามารับตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวง และต้องจับตาว่าจะมีการจัดทัพดันเด็กบ้านใหญ่ขึ้นมาเป็นอธิบดีกรมทางหลวงคนต่อไปอย่างไร