วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

เปิดแฟ้ม ครม. จับตา 'ณัฐพล' ข้ามห้วย นั่งปลัดพลังงานคนใหม่

เปิดแฟ้ม ครม.วันนี้จับตาโยก "ณัฐพล" จากอุตสาหกรรมข้ามห้วยนั่ง "ปลัดพลังาน" ขณะที่กระทรวงการคลังเสนอมาตรการลดภาษีสนับสนุนการดำเนินงานศูนย์อาเซียนหนุนสังคมสูงวัย

KEY POINTS

  • ครม. เตรียมพิจารณาแต่งตั้งปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ ในวันที่ 11 ส.ค. 69 แทนคนปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการ
  • คาดว่ากระทรวงพลังงานจะเสนอชื่อนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ย้ายข้ามกระทรวงมารับตำแหน่งดังกล่าว
  • กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ MOU ระหว่างไทยและลักเซมเบิร์กเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางการเงิน
  • และพิจารณาร่างแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย – ออสเตรเลีย

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 มีวาระเศรษฐกิจและความร่วมมือระหว่างประเทศที่น่าสนใจหลายประเด็นทั้งเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้ง วาระการแต่งตั้ง-โยกย้ายข้าราชการระดับสูง

สำหรับวาระที่ต้องจับตาได้แก่ การแต่งตั้งปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่แทนที่ นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดคนปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการ ทั้งนี้คาดว่ากระทรวงพลังงาน จะเสนอรับโอนนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนปัจจุบัน มานั่งในตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน

ทั้งนี้ นายณัฐพล จะนั่งในตำแหน่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมครบ 4 ปี ในวันที่ 30 ก.ย.2569 และยังเหลืออายุราชการ 4 ปี การย้ายมากระทรวงพลังงานจึงเหมาะสม ขณะเดียวกันนายณัฐพลยังเคยทำงานกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมาก่อน

ทั้งนี้ ภายหลังการตั้งปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ ในส่วนของ ระดับซี10 หรือ อธิบดีกระทรวงพลังงาน คาดว่าจะมีการสลับและตั้งใหม่ภายในเดือนสิงหาคมต่อไป

สำหรับวาระอื่นๆได้แก่ กระทรวงพลังงาน จะเสนอให้ขอยกเลิกมติ ครม. เดิมเกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8 - 9

กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงการคลังไทยและลักเซมเบิร์กเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางการเงิน พร้อมทั้งเสนอมาตรการภาษียกเว้นรัษฎากรเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อาเซียนเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและคุณค่าสังคมผู้สูงอายุด้วยนวัตกรรม เพื่อรองรับเศรษฐกิจสังคมสูงวัย

ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศมีวาระการสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่ ร่างแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย – ออสเตรเลีย (ค.ศ. 2026 - 2029) ร่างปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย – นิวซีแลนด์ ร่างเอกสารผลลัพธ์การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย - รัสเซีย ครั้งที่ 9 และกรอบท่าทีการเจรจาในประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย (COP 17) เป็นต้น

ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเสนอขออนุมัติงบประมาณดำเนินโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนเพื่อขยายความคุ้มครองให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เพื่อกระตุ้นการบริโภคและสนับสนุนเกษตรกรโคนม

นอกจากนี้ ยังมีวาระเพื่อทราบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการงบประมาณและกองทุน โดยกระทรวงมหาดไทย ขออนุมัติเพิ่มวงเงินและขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ  และกระทรวงการคลังจะรายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2567 ของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เป็นต้น