วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'ศุภจี' ตั้งคณะทำงาน 4 ชุด ยกระดับฐานราก อุ้ม SME สู้ศึกการค้าโลก

“ศุภจี” ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 4 ชุด เพื่อเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว ตั้งเป้า 2 ระยะ เห็นผลภายใน 6 เดือน - 1 ปี ในระยะแรก

KEY POINTS

  • รองนายกฯ ศุภจี ตั้งคณะทำงาน 4 ชุด เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ 3 เสาหลัก ได้แก่ การค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน
  • คณะทำงานทั้ง 4 ชุด ประกอบด้วย ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์, การค้าระหว่างประเทศ, เกษตร และความมั่นคงทางอาหาร และเศรษฐกิจชุมชน และ SME
  • มีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นรากฐานของประเทศ และเชื่อมโยงธุรกิจไทยสู่ซัปพลายเชนโลก
  • กำหนดกรอบการทำงานระยะสั้น (Quick Win) เพื่อปลดล็อกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค และระยะยาว (Big Win) เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้แข่งขันในเวทีโลกได้

วันนี้ (10 ส.ค.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่าการประชุมในครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของนายกรัฐมนตรีในการพัฒนา 3 เสาหลักเศรษฐกิจ ได้แก่ การค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน โดยผลจากการหารือต้องนำไปสู่ ผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้จริงเพื่อเสริมสร้างให้เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้

ปัจจุบันโลกมีความซับซ้อน และเผชิญกับสถานการณ์ความท้าทายรอบด้าน ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์การเมือง (Geopolitics) ที่ส่งผลต่อหลักการค้าโลก มีการนำมาตรการที่มิใช่ภาษีมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างแรงกดดัน รวมถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในหลายประเทศ  ดังนั้นการวางแผนการทำงานในครั้งนี้จึงต้องคิดให้ครอบคลุมรอบด้าน และก้าวข้ามบริบทเดิมๆ

ทั้งนี้ได้ฝากแนวทางสำคัญให้คณะอนุกรรมการ พิจารณาใน 3 ประเด็นหลัก การสร้างความครอบคลุม และการปลดล็อกโดยมุ่งเน้นการปลดล็อกกฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าเศรษฐกิจ เพื่อนำข้อเสนอแนะส่งต่อให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาต่อไป

การทำงานแบบบูรณาการที่เน้นความเป็นทีมเดียวกันระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจท่ามกลางความท้าทาย และการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) โดยปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการเน้นเพียงปริมาณ มาเป็นการสร้างมูลค่าสูงโดยตั้งเป้าหมายการจำหน่ายสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม แทนการเน้นขายในปริมาณมากแต่ได้ราคาต่ำ

นอกจากนี้ยังกำชับให้ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพในส่วนของโลจิสติกส์ กระบวนการผลิต และการค้าเพื่อขจัดอุปสรรคที่ทำให้การทำงานติดขัด พร้อมทั้งเน้นย้ำเรื่องการวัดผลลัพธ์ (KPI) อย่างจริงจัง

ภายหลังการประชุมนางศุภจี เปิดเผยว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบตั้งคณะทำงานขึ้น มา 4 ชุดได้แก่

1.คณะทำงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ Visitor Economy โดยมอบหมายให้นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีต รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน โดยมีเป้าหมายที่จะขยายขอบเขตจากการท่องเที่ยวทั่วไปสู่การเป็นเศรษฐกิจที่มีการขับเคลื่อนจากผู้ที่เข้ามาเยี่ยมเยือนประเทศไทย (Visitor Economy) ที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มที่มาเพื่อการศึกษา ธุรกิจ และสุขภาพ (Wellness) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และประสบการณ์ใหม่

'ศุภจี' ตั้งคณะทำงาน 4 ชุด ยกระดับฐานราก อุ้ม SME สู้ศึกการค้าโลก

2.คณะทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยมีนายวีระศักดิ์ เป็นประธาน อีกคณะโดยเน้นการรักษาศักยภาพการส่งออกท่ามกลางความผันผวนของโลก และการเจรจาการค้าผ่านกรอบ FTA เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการนำเข้า และการส่งออก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โลกมีความไม่แน่นอนสูง โดยคณะทำงานชุดนี้ยังเน้นในเรื่องการหาโอกาสของประเทศไทยในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพไปสู่ซัปพลายเชนโลกเพื่อเพิ่มโอกาสการค้าเพิ่มขึ้น

3.คณะทำงานด้านเกษตรและความมั่นคงทางอาหารมี นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นประธาน มีเป้าหมายเพื่อมุ่งยกระดับภาคเกษตรไทยสู่เกษตรมูลค่าสูงโดยดูแลตั้งแต่กระบวนการผลิตต้นน้ำ การแปรรูปกลางน้ำ ไปจนถึงการตลาดปลายน้ำ

และ 4.คณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SME โดยมีนายกอบศักดิ์ เป็นประธานอีกคณะ โดยมีเป้าหมายในการทำงานในการมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังของชาติที่มีสัดส่วนถึง 35% ของรายได้รวมประเทศ โดยเน้นการเพิ่มองค์ความรู้ และการเข้าถึงตลาดอย่างเป็นธรรม

'ศุภจี' ตั้งคณะทำงาน 4 ชุด ยกระดับฐานราก อุ้ม SME สู้ศึกการค้าโลก

นางศุภจี กล่าวต่อว่า ในการวางกรอบ และเป้าหมายในการทำงานของคณะกรรมการได้กำหนดกรอบระยะเวลาการทำงานไว้อย่างชัดเจนเพื่อสร้างผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม แบ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้น (6-12 เดือน) ที่เน้นนโยบาย "Quick Win" ด้วยการปลดล็อกระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจโดยไม่ต้องรอการแก้ไขกฎหมาย เช่น การลดขั้นตอนขอใบอนุญาตโรงแรม และร้านอาหาร เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว

ส่วนเป้าหมายระยะยาว (2-4 ปี) ที่เป็น “Big Win” จะมุ่งเน้นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจให้มีความยืดหยุ่น และสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้

“คณะทำงานทั้ง 4 ชุด จะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าแบบรายสัปดาห์ เพื่อเร่งรัดมาตรการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม และประสานงานร่วมกับกระทรวงต่างๆ ในรูปแบบคลัสเตอร์ เพื่อให้เกิดการขยับปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งระบบอย่างมีประสิทธิภาพ” นางศุภจี กล่าว

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์