วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม 2569

Login
Login

อนุทิน คิกออฟ 'ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง' อัดฉีด 4,452 ล้าน ลงกองทุนหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” โดยมีนางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เข้าร่วม โดยนายอนุทิน เปิดเผยว่า การฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านฯ จึงได้จัดสรรงบประมาณ 4,452 ล้านบาท ให้กับกองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และกองทุนชุมชนทหาร รวม 79,610 กองทุน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ประชาชนมีเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า โครงการนี้เป็นนโยบายเร่งด่วนเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อในระบบ จะได้ไม่ต้องไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบที่ดอกเบี้ยแพงมหาศาล ตนทนสภาพนั้นไม่ได้เพราะเห็นประชาชนต้องเสียไร่ เสียนา เสียบ้าน โดยได้มอบอำนาจให้นางสุขสมรวยดำเนินการอย่างเต็มที่ อย่าคิดว่าเงินกองทุนเป็นเพียงเงินเล็กน้อย เพราะที่ผ่านมาสามารถสร้างหมอลำชื่อดังมาแล้ว หากจับหลักธุรกิจได้ก็จะเป็นโอกาสสร้างรายได้ ไม่ต้องจมปลักกับสัญญาทาส “ผมอยากจะเซ็นเพิ่มงบให้พวกท่านใจจะขาด ขอให้พวกเราช่วยกันทำให้บรรลุผลสำเร็จ” นายกฯ กล่าว 

อนุทิน คิกออฟ 'ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง'  อัดฉีด 4,452 ล้าน ลงกองทุนหมู่บ้าน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงแนวทางการสร้างเสถียรภาพในระบบการเงินของประชาชนฐานรากว่า ขณะนี้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านฯ กำลังพยายามเชื่อมต่อกับบริษัทประกันภัยให้เข้ามารับประกันความเสี่ยงในระดับหนึ่ง ซึ่งหากบริษัทประกันภัยสามารถรับความเสี่ยงตรงส่วนนี้ได้ ธุรกิจที่ประชาชนทำอยู่ก็จะมีโอกาสรอดและเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน 

ด้านนางสุขสมรวย วันทนียกุล กล่าวว่า โครงการนี้จะสร้างประโยชน์ให้สมาชิกกว่า 12 ล้านคน โดยกองทุนที่ขอรับการสนับสนุนต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ส่งงบการเงินต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี (ตั้งแต่ปี 2556) และต้องมีมติลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิกในบัญชีที่ 1 ลง 50% หากไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์สามารถเรียกคืนเงินเพิ่มทุนได้ทันที อย่างไรก็ตาม จากที่นายกฯ มีความตั้งใจอยากช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชนและพร้อมสนับสนุนโครงการต่อเนื่องนั้น หากต้องการให้เดินหน้าต่อในปี 2570 จำเป็นต้องพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม เนื่องจากที่ผ่านมารัฐมนตรีได้รับงบประมาณปกติมาเพียง 160 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการทำโครงการขนาดใหญ่ 


นางสุขสมรวย กล่าวทิ้งท้ายว่า หากประเมินการทำเฉพาะโครงการดอกเบี้ยคนละครึ่งในปีหน้า จะต้องใช้งบประมาณราว 4,000-5,000 ล้านบาท แต่หากทำควบคู่ไปกับการเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านกลุ่มสีเขียวเข้ม ซึ่งมีความเข้มแข็งและมีศักยภาพสูง จะต้องเสนอขออนุมัติงบประมาณจากนายกฯ รวมทั้งสิ้นประมาณ 25,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีงบเก่าที่ค้างท่ออยู่อีก 3,400 ล้านบาท ซึ่งเตรียมจะนำไปอัดฉีดเพิ่มทุนให้กับ 3,400 กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง แห่งละ 1 ล้านบาท ถือเป็นกลุ่มที่มีปัญหาและถูกทิ้งร้างมานานถึง 14 ปี หรือตั้งแต่ปี 2555 เพื่อเร่งกระจายเม็ดเงินลงสู่ระบบและกระตุ้นเศรษฐกิจระดับหมู่บ้านอย่างเป็นรูปธรรม