"ปลัดคลัง" เผยความคืบหน้ามาตรการส่งเสริม EV โดยระบุว่า จะให้การสนับสนุนต่างกันไปตามประเภทของยานพาหนะ และไม่จำกัดอยู่เพียงการให้สินเชื่อเท่านั้น เนื่องจากรถแต่ละประเภทมีโครงสร้างค่าใช้จ่ายที่ต่างกัน พร้อมเน้นย้ำทุกหน่วยงานเร่งส่งแผนภายใน ก.ย. นี้ เพื่อให้ทันก่อนสิ้นปีงบประมาณ
จากกรณีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศเดินหน้านโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดในภาคคมนาคมขนส่ง โดยมอบหมายนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังรับไปดูแล เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนยานพาหนะให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
ล่าสุด นายลวรณ ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าของมาตรการส่งเสริมการเปลี่ยนถ่ายสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา โดยระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมาก และได้ข้อสรุปในหลายประเด็นแล้ว
ทั้งนี้ เหลือเพียงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสรุปแผนงาน และเสนอรายละเอียดโครงการเข้ามายังคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินจากพระราชกำหนดเงินกู้ เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน หรือ คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ว่ารถแต่ละประเภทต้องการสิ่งจูงใจหรือการช่วยเหลือในรูปแบบใดบ้าง เพื่อนำไปพิจารณากำหนดมาตรการเฉพาะที่เหมาะสม
ในการนี้ มาตรการสนับสนุนที่กำลังจัดทำขึ้นจะไม่จำกัดอยู่เพียงการให้สินเชื่อ และมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปตามประเภทของยานพาหนะ เนื่องจากรถแต่ละประเภทมีโครงสร้างค่าใช้จ่ายที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ส่วนบุคคล รถแท็กซี่ รถบรรทุก ไปจนถึงรถโดยสารประจำทาง
“รถแต่ละประเภทมันมีการให้สิ่งจูงใจที่ไม่เหมือนกัน รถแท็กซี่ก็แบบหนึ่ง รถบรรทุกก็แบบหนึ่ง รถโดยสารประจำทางหรือรถบัสก็อีกแบบหนึ่ง แต่ละอันใช้แรงจูงใจไม่เหมือนกัน เพราะมันไม่ใช่กลไกราคาอย่างเดียว บางทีมันมีเรื่องอื่นด้วย”
ปัจจุบันกรมสรรพสามิตกำลังเร่งดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการภาษี และรายละเอียดโครงการ ซึ่งทางกระทรวงการคลังตั้งเป้าหมาย และกำหนดกรอบเวลาให้ทุกหน่วยงานส่งคำขอโครงการเข้ามาภายในเดือน ก.ย. นี้ เพื่อให้มีระยะเวลาในการเตรียมการ และดำเนินงานในปีงบประมาณถัดไปได้เต็ม 1 ปี
“เราตั้งใจว่าใครจะขออะไรขอภายใน ก.ย. นี้ แล้วจะได้มีเวลาดำเนินการ 1 ปี เราจะได้มีเวลาทำงาน”
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์



