วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์  เผย FTA หนุนการค้าไทย ครึ่งปีแรก โต 21.8% มูลค่ากว่า 2.4 แสนล้านดอลลาร์

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผย ครึ่งปีแรกของปี 69 การค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่ FTA โต 21.8% มูลค่ากว่า 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ตลาดเติบโตดี ทั้งสิงคโปร์ ออสเตรเลีย สปป.ลาว มาเลเซีย เวียดนาม และอินเดีย ส่วนสินค้าเกษตร อาหาร อุตสาหกรรม โตต่อเนื่อง ชี้! FTA ช่วยลดอุปสรรคทางการค้า เพิ่มโอกาสสินค้าไทยไปตลาดต่างประเทศ

นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความท้าทายจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า และความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน แต่ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสทางการค้าและรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทย

ทั้งด้านการขยายตลาดส่งออก การเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิต และการเข้าถึงวัตถุดิบที่จำเป็นต่อภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้การค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่ FTA ยังคงขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการค้าและการผลิตของไทยให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

ช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2569) การค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่ FTA 18 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย เปรู และชิลี มีมูลค่า 243,669 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว  21.8 %จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นสัดส่วน 57.3 % ของการค้าไทยกับโลก

โดยไทยส่งออกไปประเทศคู่ FTA มูลค่า 105,494 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น  12.6 %  และไทยนำเข้าจากประเทศคู่ FTA มูลค่า 138,175 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 30.0 % โดยกว่าครึ่งหนึ่งของการค้าไทยเป็นการค้ากับประเทศที่มี FTA ด้วย ซึ่งช่วยลดอุปสรรคทางการค้า สร้างความได้เปรียบด้านภาษี และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ จีนยังคงเป็นคู่ค้า FTA สำคัญอันดับหนึ่งของไทย มูลค่าการค้ารวม 91,513 ล้านดอลลาร์  คิดเป็นสัดส่วน 37.6 % ของการค้ากับประเทศคู่ FTA ทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ ญี่ปุ่น มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญและมีบทบาทเป็นฐานการผลิตที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของประเทศ

สำหรับการส่งออกไปตลาด FTA ยังคงขยายตัวได้ดีในหลายประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 74.0 % ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 43.9  % สปป.ลาว เพิ่มขึ้น  36.4  % มาเลเซีย เพิ่มขึ้น  27.0 %  เวียดนาม เพิ่มขึ้น 20.2  % ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 12.9  %และอินเดีย เพิ่มขึ้น 10.0  % ตอกย้ำว่าตลาด FTA ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกไทย

ทั้งนี้ การขยายตัวดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากสินค้าศักยภาพหลายกลุ่ม โดยในกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง เพิ่มขึ้น 16.8  % และไก่แปรรูป เพิ่มขึ้น  7.6 %  

ขณะที่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เพิ่มขึ้น 26.0  % แผงวงจรไฟฟ้า เพิ่มขึ้น 20.6  % คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 18.5 %  ผลิตภัณฑ์ยาง เพิ่มขึ้น 10.4  % และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 3.8  % สะท้อนถึงความต้องการสินค้าไทยทั้งกลุ่มเกษตร อาหาร และอุตสาหกรรมในตลาดคู่ FTA อย่างต่อเนื่อง

นางสาวโชติมา กล่าวว่า  แม้การนำเข้าจากประเทศคู่ FTA จะขยายตัวในอัตราที่สูงกว่าการส่งออก แต่ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้าที่สนับสนุนการลงทุนและการผลิต โดยกว่า  75 %  ของมูลค่าการนำเข้าจากประเทศคู่ FTA เป็นสินค้ากลุ่มวัตถุดิบ สินค้าขั้นกลาง และสินค้าทุน อาทิ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกล เคมีภัณฑ์

รวมถึงเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทย และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

นางสาวโชติมา กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 กรมจะเดินหน้าขยายและยกระดับ FTA เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าใหม่และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ให้สอดรับกับบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

โดยเร่งผลักดันการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป ไทย-เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา ให้มีความคืบหน้าตามกรอบที่กำหนด ควบคู่กับการยกระดับความตกลงที่มีอยู่ อาทิ ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย รวมถึงผลักดัน FTA ไทย-เปรู ฉบับสมบูรณ์ไปสู่การลงนาม

พร้อมติดตามสถานการณ์การค้าโลกและมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิด รวมทั้งประสานความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้อาเซียนยังคงเป็นภูมิภาคที่เปิดกว้าง เชื่อมโยง และเป็นฐานการค้า การลงทุน และการผลิตที่สำคัญของโลก