ครม.เพิ่มสงขลาทำโมโนเรล ตามพระราชกฤษฎีการถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยฯ ระยะทางรวม 12.54 กิโลเมตร 12 สถานีเชื่อมต่อขนส่งต่างระบบอย่างไร้รอยต่อ
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ดำเนินกิจการรถไฟฟ้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อดำเนินกิจการรถไฟฟ้า ในจังหวัดสงขลา ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ
สำหรับร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดสงขลาที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เป็นการกำหนดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดสงขลา เพิ่มเติมจากเดิมที่มีการดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดพิษณุโลก
กฎหมายดังกล่าวเพื่อกำหนดแผนการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนโดยระบบราง (Monorail) โดยมี ระยะทางรวม 12.54 กิโลเมตร 12 สถานี มีโรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่ง ที่สถานีคลองหวะ และจุดเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่ง 3 แห่ง ที่สถานีคลองหวะ สถานีคอหงส์ และสถานีรถตู้ รูปแบบสถานี มีลักษณะสถานีเป็น 3 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่คร่อมเกาะกลางถนน จัดให้มีพื้นที่รองรับความต้องการเดินทางและเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งจากยานพาหนะประเภทต่าง ๆ
รวมถึงรองรับปริมาณผู้โดยสารจากพื้นที่โดยรอบเมืองหาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียง โดยได้ออกแบบจุดเชื่อมต่อ การเดินทางสำหรับพื้นที่สำหรับจอดและรับ - ส่ง และพื้นที่สำหรับจอดแล้วจร รวมทั้งจัดให้มีพื้นที่โรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) ไว้ 1 แห่ง บริเวณสถานีคลองหวะ
ทั้งนี้ คณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้มีมติเห็นชอบด้วยแล้ว และเป็นไปตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก
เบื้องต้น กระทรวงคมนาคม ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องที่อาจได้รับผลกระทบจากร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวแล้ว ซึ่งผลการรับฟังโดยรวมแล้วเห็นด้วยกับการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนในจังหวัดสงขลา
ด้านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เห็นชอบในหลักการ/ไม่ขัดข้อง ต่อร่างพระราชกฤษฎีกาในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเห็นเพิ่มเติม เช่น สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีความเห็นว่าควรมอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา วางแผนและพัฒนาพื้นที่เมืองให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อช่วยดึงดูดให้มีปริมาณการเดินทางในพื้นที่เพิ่มขึ้น และควรให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทยร่วมกันพิจารณาจัดลำดับความสำคัญและคัดเลือกพื้นที่นำร่องเพื่อดำเนินการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่เหมาะสมกับขนาดของเมืองและความเชื่อมโยงกับแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
ส่วนสำนักงบประมาณเห็นว่า กระทรวงคมนาคมโดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยควรศึกษารูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน และพิจารณาสัดส่วนการลงทุนของรัฐต่อมูลค่าของโครงการอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับโครงการระบบขนส่งทางรางอื่น รวมทั้งจัดลำดับความสำคัญตาม ความจำเป็นเร่งด่วนของโครงการให้สอดคล้องกับภาระงบประมาณที่เกิดขึ้นด้วย
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า คณะรัฐมนตรีสามารถอนุมัติหลักการของร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวได้และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้



