กรมทรัพย์สินทางปัญญา แนะประชาชนเลือกซื้อสินค้าอย่างรอบคอบในช่วงเทศกาลส่งเสริมการขายวันที่ 8 เดือน 8 ย้ำเช็กก่อนช้อป! 4 ข้อสำคัญ ทั้งร้านค้า ราคา ตัวสินค้า และรีวิว เพื่อให้ได้รับสินค้าที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย คุ้มค่า และไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า เทศกาล 8.8 ถือเป็นช่วงเวลาที่บรรยากาศการค้าคึกคักเป็นอย่างมากทั้งช่องทางออนไลน์และหน้าร้าน กรมฯ จึงอยากเน้นย้ำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าด้วยความรอบคอบ สนับสนุนสินค้าที่ไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และไม่ตัดสินใจซื้อเพียงเพราะราคาหรือโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ
แต่ควรตรวจสอบรายละเอียดสินค้าและความน่าเชื่อถือของผู้จำหน่ายอย่างรอบด้าน เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย
ทั้งนี้ กรมฯ ขอย้ำเตือนว่าสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินค้าที่ไม่ได้รับการรับรองจากเจ้าของสิทธิ และมักมีกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและทรัพย์สินของผู้บริโภค
ดังนั้น การเลือกซื้อสินค้าของแท้จากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือและสนับสนุนสินค้าที่เคารพทรัพย์สินทางปัญญา จึงเป็นแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง
กรมฯ ขอแนะนำให้เช็ก 4 ข้อสำคัญก่อนตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ได้แก่ 1.ร้านค้าหรือผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือ โดยเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าทางการหรือมีข้อมูลร้านชัดเจน สามารถตรวจสอบประวัติการจำหน่าย มีการออกใบเสร็จหรือหลักฐานการสั่งซื้อ และมีนโยบายคืนสินค้าหรือคืนเงิน
2. ราคาสมเหตุสมผล ไม่หลงเชื่อซื้อสินค้าในราคาที่ต่ำผิดปกติหรือโปรโมชั่นที่ถูกเกินจริง เมื่อเทียบกับราคาที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป
3. สินค้าอยู่ในภาพสมบูรณ์และมีรายละเอียดชัดเจน ทั้งชื่อสินค้า ส่วนประกอบของสินค้า วันผลิต-หมดอายุ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย ประเทศแหล่งกำเนิดและแหล่งผลิตสินค้า การรับรองจากหน่วยงานต่างๆ เช่น เลข อย./มอก. และเครื่องหมายการค้า รวมถึงบรรจุภัณฑ์ได้มาตรฐาน ไม่มีตำหนิ ไม่มีร่องรอยการเปิดหรือดัดแปลง
4.ข้อมูลการรีวิวร้านค้าหรือสินค้าภายในร้าน ศึกษาความคิดเห็นของผู้ซื้อรายอื่น ประกอบกับคะแนนความน่าเชื่อถือของร้านค้า ระยะเวลาที่เปิดให้บริการ และจำนวนผู้สั่งซื้อ โดยระมัดระวังรีวิวที่ผิดปกติหรืออาจถูกสร้างขึ้นเพื่อจูงใจให้ซื้อสินค้า เช่น รีวิวที่มีข้อความซ้ำกันจำนวนมาก รีวิวที่ไม่มีรายละเอียดการใช้งานจริง หรือรีวิวที่ไม่สอดคล้องกับตัวสินค้า เป็นต้น
นางอรมน กล่าวว่า การเลือกซื้อสินค้าที่เคารพทรัพย์สินทางปัญญา ไม่เพียงคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างสุจริต รวมถึงเจ้าของแบรนด์ ผู้สร้างสรรค์ผลงาน และนักประดิษฐ์คิดค้น ให้ได้รับผลตอบแทนจากการสร้างสรรค์และการลงทุนของตนเอง สามารถนำรายได้กลับไปพัฒนาสินค้า เทคโนโลยี และผลงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ ต่อยอดการลงทุนด้านนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เจ้าของสิทธิ เจ้าของสถานประกอบการ และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อสกัดกั้นการจำหน่ายสินค้าละเมิดฯ ทั้งช่องทางออนไลน์และในท้องตลาด มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการและผู้บริโภค
โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 (ม.ค. – มิ.ย.) มีผลการจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวม 457 คดี ยึดของกลาง 1,655,231 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 787,100,908 บาท พร้อมประสานผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ดำเนินการระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมด 1,405 รายการ สะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งของภาครัฐและเอกชนในการยกระดับการคุ้มครองปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในการเลือกซื้อสินค้าและบริการในทุกช่องทาง
ทั้งนี้ ของกลางในคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้วทั้งหมดจะถูกนำไปทำลายด้วยวิธีการที่เหมาะสมและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าละเมิดฯ เหล่านี้หมุนเวียนกลับสู่ท้องตลาดอีก
สำหรับประชาชนที่พบเห็นการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 02-547-4702 สายด่วน 1368 เว็บไซต์ www.ipthailand.go.th
นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้จัดทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ (MOU) ในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ตร่วมกับ 5 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ ทั้ง Shopee, Lazada, Tiktok Shop, Line และ Nex Gen Commerce นำมาตรการ Notice and Takedown มาใช้ โดยจัดให้มีช่องทางรับแจ้งข้อมูลสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์ม เพื่อให้ประชาชน
และเจ้าของสิทธิสามารถแจ้งข้อมูลกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มได้โดยตรง ซึ่งจะมีการตรวจสอบและระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดฯ อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ การผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามีบทลงโทษตามกฎหมาย โดยการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่การปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร มีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรมทรัพย์สินทางปัญญาขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างระบบการค้าที่เป็นธรรม ด้วยการเลือกซื้อสินค้าของแท้จากร้านค้าทางการหรือช่องทางที่น่าเชื่อถือ และไม่สนับสนุนสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทุกรูปแบบ
เพื่อการอุปโภคบริโภคสินค้าที่ปลอดภัย ควบคู่กับการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย เจ้าของสิทธิ และผู้สร้างสรรค์ผลงาน ให้สามารถต่อยอดความคิด นวัตกรรม และภูมิปัญญา สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน



