วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม 2569

Login
Login

ข้าราชการ 'สมอ.' แจงปม 'มาตรฐาน' ผลิตเหล็ก FI

นายชัยภัค ภัทรจินดา ข้าราชการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ทำหนังสือถึงสื่อในเครือเนชั่น เพื่อชี้แจงกรณีการนำเสนอข่าวการยกเลิกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ของผลิตภัณฑ์เหล็กที่ผลิตจากเตาหลอมโลหะด้วยการเหนี่ยวนำไฟฟ้า หรือ Induction Furnace (IF) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2569

สำหรับการชี้แจงมีรายละเอียด ดังนี้

ในฐานะที่ผมเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงอยู่ในการดำเนินการเรื่องที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้อ่านโพสต์ดังกล่าวแล้ว พบว่า มีเนื้อหารายละเอียดที่ไม่ถูกต้องคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงหลายประการ และยังไประบุพาดพิงชื่อตัวบุคคล คือ ผม อย่างชัดเจน เพื่อความเข้าใจของสาธารณะที่ถูกต้องและเป็นธรรมต่อส่วนที่เกี่ยวข้อง ผมจึงมีความจำเป็นจะต้องทำการชี้แจงข้อเท็จจริงในแต่ละส่วน ดังนี้

1. ข้อความในโพสต์ ย่อหน้าที่ 1 “การแก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต "เหล็กข้ออ้อย" ที่หวังยกเลิกกระบวนการหลอมด้วยเตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace: IF) เพื่อยกระดับความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร เริ่มร้อนระอุ จากความเห็นต่างของคณะทำงานย่อย ที่เสนอหักมติ กมอ”

1.1) ข้อความ “หวังยกเลิก” ไม่ถูกต้อง เพราะ การแก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์นี้ ไม่ได้เจตนาจะบังคับหรือตั้งจุดประสงค์ปลายทางไว้ก่อนตั้งแต่แรกว่า มาตรฐานต้องยกเลิกกระบวนการเตาดังกล่าว  

แต่การที่จะพิจารณาว่าจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิกกระบวนเตาดังกล่าวกำหนดไปในมาตรฐาน นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาโดยยึดหลักการเหตุผลทางวิชาการมาตรฐานอย่างถี่ถ้วน รอบคอบ เป็นหลักสำคัญ

1.2) ข้อความ “คณะทำงานย่อย” ที่ถูกต้อง คือ “คณะอนุกรรมการวิชาการ

1.3) ข้อความ “ที่เสนอหักมติ กมอ.” ไม่ถูกต้อง เนื่องจาก มติของ กมอ. ในการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 มีถ้อยคำของร่างมติ ซึ่งมีการรับรองในที่ประชุม ดังนี้“เห็นชอบ ให้ กว. ทบทวนร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อยมาตรฐาน เลขที่ มอก. 24-25XX (ยกเลิกและกำหนด)

ตามข้อสังเกตของ กมอ. โดยจำกัดกรรมวิธีการทำเหล็กแท่งเล็กหรือเหล็กแท่งใหญ่ที่ใช้ทำเหล็กข้ออ้อยให้ทำได้เฉพาะวิธีเตาเบสิกออกซิเจน (BO) หรือวิธีเตาอาร์กไฟฟ้า (EF) ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการอย่างรอบด้านในทุกมิติด้วย แล้วให้ สมอ. ดำเนินการต่อไป”

ต่อมา เมื่อมีการประชุม อนุกรรมการวิชาการคณะที่ 84/1 เมื่อวันที่ 3 สิงคม 2569 ผมในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการ จึงได้นำเสนอมติ กมอ.ตามความข้างต้นต่อที่ประชุมให้ร่วมพิจารณาทบทวนในประเด็นดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะมีมติอย่างไร

ซึ่งจะแก้ไขเนื่องจากเห็นด้วยตามข้อสังเกตของ กมอ. หรือยืนยันตามมติเดิมของ อนุ กว. ซึ่งได้มีเหตุผลที่ อนุ กว. จะมีการพิจารณาเพิ่มเติมใหม่หรือไม่ประการใด ก็แล้วแต่ที่ประชุมพิจารณา  ตามที่ได้ชี้แจงดังกล่าว จึงย้ำว่า มิใช่การหักมติ หรือหักล้างมติของ กมอ. ตามข้อความที่ปรากฏในโพสต์

2) ข้อความในโพสต์ย่อหน้าที่ 2 “โดยเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา นายชัยภัค ภัทรจินดา นักวิชาการมาตรฐานชำนาญการพิเศษ กองกำหนดมาตรฐาน สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการวิชาการรายสาขา คณะที่ 84 (กว.84)

และคณะทำงานย่อย (กว.84/1) ได้เสนอเรื่องที่หักมติคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) โดยอ้างว่า กมอ. ไม่เคยมีมติให้ยกเลิกการใช้เตา IF ใน มอก. 24 ซึ่งขัดแย้งกับแนวทางของ กมอ. ที่เคยกำหนดไว้อย่างชัดเจนให้จำกัดกระบวนการผลิตดังกล่าว”

2.1) ข้อความ “นายชัยภัค  ภัทรจินดา” เป็นการให้ข่าวโดยเจาะจงระบุชื่อตัวบุคคล คือ ผมให้เป็นข่าว ซึ่งชัดเจนในเจตนาที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อนในการกระทำของผู้ถูกระบุตามโพสต์ อันอาจจะถูกเชื่อมโยงไปยังความบกพร่องการปฏิบัติหน้าที่ราชการ อีกทั้งอาจกระตุ้นความขัดแย้ง สร้างความเกลียดชังระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือมุ่งเน้นเพียงสร้างเรตติ้ง ซึ่งถือว่าไม่เป็นไปตามหลักจรรยาบรรณของสื่อสารมวลชน

2.2) ข้อความ “คณะทำงานย่อย” ที่ถูกต้อง คือ “คณะอนุกรรมการวิชาการ

2.3) ข้อความ “หักมติ” ไม่ถูกต้อง เหตุผลชี้แจงตามข้อ 1.3)

2.4) ข้อความ “โดยอ้างว่า กมอ. ไม่เคยมีมติให้ยกเลิกการใช้เตา IF ใน มอก. 24 ซึ่งขัดแย้งกับแนวทางของ กมอ. ที่เคยกำหนดไว้อย่างชัดเจนให้จำกัดกระบวนการผลิตดังกล่าว” ไม่ถูกต้อง ที่ถูกต้องคือ ชี้แจงว่า ได้อ้างมติของ กมอ. (รายละเอียดเนื้อความดังข้อ 1.3) ให้ที่ประชุมพิจารณา ซึ่งถือเป็นมติที่เป็นทางการและถูกต้องเท่านั้น

3) ข้อความในโพสต์ ย่อหน้าที่ 3 “ทว่า ในการประชุม กว.84 เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2569 ที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่ได้ลงมติ "ไม่เห็นด้วย" กับข้อเสนอของ กว.84/1 พร้อมยืนยันให้ยึดตามแนวทางของ กมอ. (คณะกรรมการชุดแม่) ด้วยการเสนอร่าง มอก. ที่จำกัดกระบวนการผลิตโดยตัดเตา IF ออกทั้งหมด และรองรับเฉพาะการผลิตผ่านเตา Basic Oxygen Furnace (BOF) และ Electric Arc Furnace (EAF) เท่านั้น

3.1) ข้อความ “ข้อเสนอของ กว. 84/1” ที่ถูกต้อง คือ “มติของ กว. 84/1”  เพราะเป็นมติ แต่ส่วนทาง กว.รายสาขา คณะที่ 84 จะพิจารณาแล้วมีมติเช่นไร ไม่จำเป็นต้องยึดโยงกับมติของ อนุ กว. รายสาขาคณะที่ 84/1

3.2) ข้อความ “แนวทางของ กมอ.” ที่ถูกต้อง คือ  “ข้อสังเกตของ กมอ.” เพราะเป็นข้อสังเกต

4) ข้อความในโพสต์ ย่อหน้าที่ 4 “รายงานข่าวระบุว่า ในการประชุมวันที่ 4 ส.ค. 2569 ฝั่ง นายชัยภัค พยายามโต้แย้งว่า มาตรฐานไม่ควรจำกัดเทคโนโลยีการผลิต แต่ควรมุ่งวัดผลจากคุณภาพการทดสอบปลายทาง (End-product testing) พร้อมอ้างอิงมาตรฐานในต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี ที่ประชุมหลายฝ่ายได้คัดค้านข้อเสนอดังกล่าว โดยยืนยันว่า ต้องยึดมติ กว.84 และแนวทาง กมอ. เป็นหลัก ทั้งยังมีการหยิบยกประเด็นการปลอมปนธาตุโบรอน (Boron) มาเป็นหลักฐานสำคัญ เพื่อชี้ให้เห็นว่า การควบคุมมาตรฐานเหล็กจะดูแค่ผลทดสอบปลายทางไม่ได้ แต่จำเป็นต้องควบคุมลึกถึงกระบวนการหลอมวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำ”

4.1) ข้อความ “ฝั่ง นายชัยภัค พยายามโต้แย้งว่า มาตรฐานไม่ควรจำกัดเทคโนโลยีการผลิต แต่ควรมุ่งวัดผลจากคุณภาพการทดสอบปลายทาง (End-product testing) พร้อมอ้างอิงมาตรฐานในต่างประเทศ” ไม่ถูกต้อง ระบุใช้คำว่า “ฝั่งนายชัยภัค” ซึ่งผมไม่เคยเป็นฝั่งของใคร ผู้ใด มีเพียงเป็นฝั่งของนักวิชาการมาตรฐาน ที่มีหน้าที่และยึดมั่นหลักการกำหนดมาตรฐาน ตามหลักปฏิบัติของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมตลอดมา

4.2) ข้อความ “แนวทางของ กมอ.” ที่ถูกต้อง คือ  “ข้อสังเกตของ กมอ.” เพราะเป็นข้อสังเกต 

4.3) ข้อความ “ประเด็นการปลอมปนธาตุโบรอน (Boron) มาเป็นหลักฐานสำคัญ เพื่อชี้ให้เห็นว่า การควบคุมมาตรฐานเหล็กจะดูแค่ผลทดสอบปลายทางไม่ได้ แต่จำเป็นต้องควบคุมลึกถึงกระบวนการหลอมวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำ” ประเด็นนี้มิได้มีการพูดคุยกันในที่ประชุม กว.รายสาขาคณะที่ 84 แต่ถ้าหากจะกล่าวถึงเหตุผลเรื่องธาตุโบรอนในมาตรฐานฉบับนี้ มีการกำหนดเกณฑ์การทดสอบจำกัดค่าปริมาณของธาตุโบรอนไว้ชัดเจนอยู่แล้ว

ซี่งเกณฑ์ดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งจากหลายๆ เกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรฐานนี้ ซึ่งหากทดสอบตามข้อกำหนดทุกข้อแล้วไม่ผ่านข้อใดข้อหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเหล็กที่ผลิตมาจากเตา IF BOF หรือ EAF ก็ต้องถือว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานและไม่สามารถขอใบอนุญาตจาก สมอ.ได้ จึงไม่ได้เป็นเหตุผลตามที่หยิบยกมาในโพสต์นี้เลย

5) ข้อความในโพสต์ ย่อหน้าสุดท้าย “18 ส.ค. (ประชุม กมอ. ชี้ขาด): คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ชุดแม่ จะนำข้อสรุปและผลฟังความคิดเห็นทั้งหมดเข้าพิจารณาเพื่อลงมติขั้นสุดท้าย ซึ่งมติของ กมอ. จะถือเป็นอันสิ้นสุดและไม่มีการส่งเรื่องกลับมาพิจารณาในชั้น กว. อีก”

ข้อความ “ซึ่งมติของ กมอ. จะถือเป็นอันสิ้นสุดและไม่มีการส่งเรื่องกลับมาพิจารณาในชั้น กว. อีก” ข้อความส่วนนี้เสมือนว่าผู้ให้ข่าวนั้นเป็น กมอ. ซึ่งล่วงรู้ว่าการดำเนินการของ กมอ. ที่จะเกิดขึ้น ต้องเป็นไปตามนั้น  แต่ในความเป็นจริง ณ

ขณะนี้ ทาง กมอ. เอง มิได้มีการแถลงหรือให้ข่าวในลักษณะนั้นแต่ประการใด ดังนั้น การเสนอข่าวเช่นนี้ จึงอาจถือเป็นการนำเสนอที่ไม่ถูกต้องและเป็นความจริง (Truth and Accuracy) รวมทั้งเกิดปัญหาความรับผิดชอบและการแก้ไขข้อผิดพลาด (Accountability) ตามมาในภายหลัง และถือว่าไม่เป็นไปตามหลักจรรยาบรรณของสื่อสารมวลชน

สรุป 

1) การโพสต์เสนอข่าวข้างต้น เนื้อความที่นำเสนอ เป็นเรื่องการดำเนินการซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมิได้มีการรับรองเป็นมติทางการ (รายงานเป็นทางการ) ออกมา แต่มีผู้ที่มิได้เป็นระบุตัวตนนำไปให้สื่อของท่านเสนอก่อนล่วงหน้า ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง

2) การโพสต์เสนอข่าวข้างต้น มีการระบุเจาะจงชื่อผู้เกี่ยวข้อง (คือผม) โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ถูกต้องคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควรและไม่เหมาะสม ดังที่กล่าวไปข้างต้น

3) เนื้อความในโพสต์ มีรายละเอียดหลายประเด็นที่ไม่ถูกต้องและมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ก่อให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง และเกิดความสับสนต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง

จึงใคร่ขอให้ท่านหรือตัวแทนผู้มีอำนาจรับผิดชอบในสื่อนี้ ได้กรุณาดำเนินการแก้ไข ความไม่ถูกต้อง ความไม่เหมาะสม จากที่ได้ชี้แจงรายละเอียดในข้อความที่มีการโพสต์ข้างต้นใหม่ และขอความกรุณาชี้แจงข้อแก้ไขต่อสาธารณะได้ทราบโดยเร็ว เพื่อมิให้เกิดผลกระทบและเป็นคดีความกันในภายหลัง

โดยหวังว่าจะไม่เกิดการดำเนินการในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต เพื่อมาตรฐาน ศักดิ์ศรี และจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสื่อสารมวลชน

ขอแสดงความนับถือ

ชัยภัค ภัทรจินดา 7 ส.ค. 2569 ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และข้าราชการพลเรือนดีเด่นระดับกรม (สมอ.) ประจำปี 2568