"กรมบัญชีกลาง" ปรับเกณฑ์เบิกจ่ายค่าใช้สอยส่วนราชการเพิ่มเป็น 34 รายการ เพื่อให้ทันสมัยและคล่องตัวขึ้น ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ค่าบริการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซอฟต์แวร์ และแพลตฟอร์มประชุมออนไลน์ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพกายและสุขภาพจิตสำหรับบุคลากรที่มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน รวมถึงค่าฉีดวัคซีนที่จำเป็น
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ได้ปรับปรุงรายการค่าใช้สอยตามระเบียบว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการ พ.ศ. 2553 โดยยกเลิกรายการค่าใช้สอย 27 รายการ ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0406.4/ว 96 ลงวันที่ 16 ก.ย. 2553 และปรับปรุงรายการค่าใช้สอยเป็น 34 รายการ ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0408.4/ว 143 ลงวันที่ 4 ส.ค. 2569
ทั้งนี้ เนื่องจากการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่เป็นรายการค่าใช้สอยเดิม ได้ใช้บังคับมาเป็นระยะเวลานาน จึงไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานโดยมีการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมดิจิทัล และซอฟต์แวร์สำเร็จรูปมาประยุกต์ใช้ และลดขั้นตอนในการปฏิบัติราชการ
ดังนั้น เพื่อให้การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการมีความทันสมัย คล่องตัว และมีความยืดหยุ่น ประกอบกับเพื่อลดภาระของส่วนราชการในการขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง จึงกำหนดให้การเบิกจ่ายค่าใช้สอยดังกล่าว อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการที่สามารถอนุมัติให้เบิกจ่ายได้ตามความจำเป็น เหมาะสม ประหยัด และเพื่อประโยชน์ของทางราชการ โดยไม่ต้องขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง
สำหรับรายการค่าใช้สอยที่เพิ่มเติมจะรองรับการเบิกจ่ายต่อไปนี้
- ค่าบริการซอฟต์แวร์
- แอปพลิเคชัน
- แพลตฟอร์มการประชุมออนไลน์
- เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- ค่าใช้จ่ายในการประชุมราชการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้ ยังครอบคลุมค่าตรวจสุขภาพกายและสุขภาพจิตสำหรับบุคลากรที่มีปัจจัยเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน และค่าฉีดวัคซีนตามความจำเป็นของภารกิจ
“การปรับปรุงรายการค่าใช้สอยในครั้งนี้ จะช่วยให้ส่วนราชการสามารถปฏิบัติงานได้คล่องตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตามหากส่วนราชการมีความจำเป็นต้องเบิกจ่ายในรายการที่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ ยังคงขอทำความตกลง กับกระทรวงการคลังเป็นรายกรณีได้เช่นเดิม” อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวทิ้งท้าย



