วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘โปแลนด์’ระงับขายข้าวหอมมะลิออร์แกนิกไทย 40 ตัน ชี้ ไม่ผ่านเกณฑ์ EU

เว็ปไวต์กรมส่งเสริมการค้าต่างประเทศ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในประเทศ  (สคต.) เมืองวอซอ ประเทศ โปแลนด์ รายงานว่า  สำนักงานตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตรและอาหาร (IJHARS) ประจำเมืองกดัญสก์ ทางตอนเหนือของโปแลนด์ ได้ดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามภารกิจปกติ และพบว่าเอกสารรับรองและการประเมินคุณภาพของข้าวหอมมะลิที่ติดฉลาก “ออร์แกนิก” นำเข้าจากไทยจำนวน 40 ตัน ยังไม่สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานสินค้าออร์แกนิกของสหภาพยุโรปในบางประการ

หน่วยงานจึงระงับการวางจำหน่ายล็อตดังกล่าวในตลาดโปแลนด์ไว้ก่อน เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนของผู้บริโภค โดยมีผลทันที ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภคแต่อย่างใด

ทั้งนี้ IJHARS เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการควบคุมคุณภาพอาหารในโปแลนด์ ทำหน้าที่ตรวจสอบฉลาก สัญลักษณ์ ข้อมูลแหล่งที่มา และคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหาร ทั้งที่ผลิตภายในประเทศและนำเข้าจากประเทศที่สาม โดยใช้มาตรฐานเดียวกันกับผู้ผลิตในสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นกระบวนการตรวจสอบตามปกติที่ดำเนินการกับสินค้านำเข้าจากทุกแหล่งอย่างสม่ำเสมอ มิได้เจาะจงเฉพาะสินค้าจากไทย

สคต.เมืองวอซอ  ให้ความเห็นว่า  ก่อนหน้านี้ IJHARS ก็ไม่อนุญาตให้ไวน์ขาวจำนวนกว่า 6,600 ลิตร ที่นำเข้าจากแอฟริกาใต้วางจำหน่ายในโปแลนด์ เนื่องจากขาดข้อมูลรายละเอียดในฉลากเกี่ยวกับการบรรจุขวด 

ทั้งนี้สหภาพยุโรปมีกฎระเบียบสำหรับการผลิตอินทรีย์ หรือ organic production และการติดฉลากผลิตภัณฑ์ “อินทรีย์หรือออร์แกนิก” อย่างเข้มงวด ผู้ผลิตจากประเทศที่สามต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เดียวกับผู้ผลิตในสหภาพยุโรป มีระบบการควบคุมที่เข้มแข็งและการตรวจสอบอย่างละเอียดตลอดห่วงโซ่อุปทาน

รวมทั้งยังมีกฎเกณฑ์การผลิตเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันไป ทั้งวิธีการเพาะปลูก วิธีการผลิต การควบคุมฟาร์ม การแปรรูป และการตรวจสอบย้อนกลับ

โดยในแต่ละปี ประเทศไทยส่งออกข้าว “ออร์แกนิก” ทำรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนไม่น้อย ส่วนใหญ่ จะเป็นการส่งออกไปยังตลาดที่มีกำลังซื้อ มีผู้บริโภคใส่ใจในสุขภาพ และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม อาทิ สหรัฐฯ อิตาลี แคนาดา สวิตเซอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์

"การมองข้ามความสำคัญของกฎระเบียบที่ประเทศปลายทางกำหนด อาจส่งผลกระทบต่อการนำเข้าสินค้าของไทยเป็นมูลค่ามหาศาล"สคต.วอซอ ระบุ

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณชย์ เผยว่า  กรณีห้ามนำเข้าข้าวหอมมะลิออร์แกนิก จำนวน 40 ตัน ติดฉลากหรือ Label ว่า เป็นข้าวหอมมะลิ “ออร์แกนิก” จากประเทศไทย เกิดจากความคลาดเคลื่อนของ Draft Bill of Lading (B/L) ซึ่งระบุวันที่คาดว่าเรือจะออก (Estimated Time of Departure : ETD) เป็นวันที่ 9 เม.ย. 2569

โดยผู้ส่งออกได้ดำเนินการขอออก Certificate of Inspection หรือ COI ผ่านระบบ TRACES NT ของ Bioagricert สำหรับสินค้าล็อตนั้นในวันที่ 7 เม.ย. 2569 และได้รับการอนุมัติออก COI จาก Bioagricert ในวันที่ 8 เม.ย. 2569 แต่ภายหลังผู้ส่งออกได้รับ Original B/L จากสายเรือ ระบุวันที่เรือออกจริงเป็นวันที่ 6 เม.ย. 2569 ส่งผลให้ลูกค้าประเทศปลายทางไม่สามารถนำเข้าข้าวล็อตนี้เป็น “Organic Rice” ได้

เนื่องจากไม่เป็นไปตามระเบียบของสหภาพยุโรปที่กำหนดให้ต้องออก COI ก่อนที่สินค้าออร์แกนิกล็อตนั้นจะออกจากประเทศผู้ส่งออกหรือประเทศต้นทาง ซึ่งไม่ได้เกิดจากปัญหาคุณภาพมาตรฐานของสินค้าแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามแม้จะมีกรณีข้างต้นเกิดขึ้น แต่ในภาพรวมข้าวอินทรีย์ไทยยังคงมีศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตที่ดีในตลาดโลก โดยข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า ตลาดข้าวอินทรีย์โลกในปี 2567 มีมูลค่าราว 7,800 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 263,320 ล้านบาท) และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องไปถึง 12,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2577

สำหรับไทย ในปี 2567 มีการส่งออกข้าวกลุ่มอินทรีย์รวม 22,378 ตัน คิดเป็นมูลค่า 31.1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,095 ล้านบาท) ขยายตัวถึง 32.0 % เมื่อเทียบกับปี 2566 แบ่งเป็น

  • ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ สัดส่วน 72.1 %
  • ข้าวกล้องอินทรีย์ สัดส่วน 23.1 %
  • ข้าวขาวอินทรีย์ สัดส่วน 3.3 %
  • ปลายข้าวอินทรีย์ สัดส่วน 1.5 %

ตลาดส่งออกข้าวอินทรีย์สำคัญของไทย ได้แก่ สหรัฐฯ   อิตาลี   สวิตเซอร์แลนด์  เนเธอร์แลนด์  และฝรั่งเศส  ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสินค้าคุณภาพสูงและมาตรฐานความยั่งยืน สะท้อนว่า ตลาดที่มีความเข้มงวดด้านมาตรฐาน เช่น สหภาพยุโรป ยังคงเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูงสำหรับสินค้าข้าวอินทรีย์ไทย หากสามารถรักษาความสอดคล้องด้านมาตรฐานได้อย่างต่อเนื่อง