กรมวิชาการเกษตรเปิดเวทีโชว์ผลงานนวัตกรรมปรับแต่งจีโนมพืชปีแรก ชูนวัตกรรมพืชทนสภาวะวิกฤต ตอบโจทย์การเกษตรแม่นยำเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมพันธุ์พืชแห่งภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “GEd Innovation Showcase 2026: ผลงานและความสำเร็จนวัตกรรมการปรับแต่งจีโนมพืช ปีที่ 1” ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและโรคระบาด กำลังเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของภาคการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.)ได้เร่งผลักดันผลงานวิจัยให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในภาคการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผลักดันเทคโนโลยี การปรับแต่งจีโนม (Genome Editing: GEd)
ทั้งนี้GEdถือเป็นกุญแจสำคัญสู้โลกเดือด ซึ่งหมายถึงเครื่องมือปรับปรุงพันธุ์พืชสมัยใหม่ที่มีความแม่นยำสูง สามารถพัฒนาพืชให้ “ทนแล้ง ทนเค็ม ทนร้อน ต้านทานโรคและแมลง” รวมถึงเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างรวดเร็ว
โดยกรมวิชาการเกษตร ได้วางรากฐานการขับเคลื่อน GEd ใน 3 ด้าน คือ 1. พัฒนาระบบกำกับดูแลบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ที่ปลอดภัยและโปร่งใส 2. ส่งเสริมการวิจัยพืชเศรษฐกิจเป้าหมาย และ 3. สร้างเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เป้าหมายสูงสุดของเราคือ งานวิจัยต้องไม่หยุดแค่ในห้องปฏิบัติการ แต่ต้องสามารถนำไปใช้ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้จริง
นางสาวกุลวรา โชติพันธุ์โสภณ รองผู้อำนวยการ สวก. กล่าวว่า สวก. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยด้านการปรับแต่งจีโนมอย่างครบวงจร เพื่อผลักดันนวัตกรรมสู่ภาคการผลิต โดยภายในงานได้มีการนำเสนอผลงานที่น่าทึ่งมากมาย อาทิ อ้อยทนเค็ม, มะเขือเทศทนร้อนและมีความหวานพิเศษ รวมถึงการปรับปรุงความหอมและความนุ่มของข้าว
ก้าวต่อไปของกรมวิชาการเกษตร คือการเร่งยกระดับระบบรับรองและสร้างความเข้าใจแก่สังคม เพื่อขยายผลสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และการส่งออก เดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศ GEd ให้ครบวงจร และปักธงนำประเทศไทยสู่การเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมการปรับปรุงพันธุ์พืชของภูมิภาคอาเซียน” อย่างยั่งยืน



