วันอังคาร ที่ 18 สิงหาคม 2569

Login
Login

ครม. ไฟเขียวร่างระเบียบสำนักนายกฯ ตั้ง “คณะกรรมการฯ ดาต้าเซ็นเตอร์”

"ครม." อนุมัติร่างระเบียบสำนักนายกฯ จัดตั้ง "คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์" มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เร่งกำกับดูแลและเสนอนโยบาย มาตรฐาน และแนวปฏิบัติในการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจควบคู่กับความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อม

วันนี้ 5 ส.ค. 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ. ... ตามที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เสนอ

โดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้มีสาระสำคัญ เป็นการกำหนดให้มี “คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์” ขึ้น

องค์ประกอบของคณะกรรมการ ประกอบไปด้วย

1) รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายคนหนึ่ง เป็นประธานกรรมการ

2) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1 คนที่ 2 และคนที่ 3 ตามลำดับ และมีเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ

3) กรรมการโดยตำแหน่ง 12 คน อาทิ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

4) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง จำนวน ไม่เกิน 3 คน 

สำหรับคณะกรรมการชุดนี้จะมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการศูนย์จัดเก็บข้อมูล หรือ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ผ่านการเสนอนโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานรัฐ ในการอนุมัติ อนุญาต หรือให้บริการแก่ผู้ประกอบการ ตลอดจนศึกษา วิเคราะห์ และติดตามประเมินผลกระทบเพื่อเสนอต่อ ครม.

โดยวัตถุประสงค์หลักของการกำหนดนโยบายนี้ คือการสร้างความชัดเจนในการประกอบธุรกิจ นำมาซึ่งประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของประชาชนและภาพรวมประเทศ

ในการดำเนินงานจะมุ่งเน้นในหลายมิติ ได้แก่ การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การรักษาความมั่นคงและราคาพลังงานที่เป็นธรรม การจัดสรรทรัพยากรน้ำอย่างเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนประสิทธิภาพในการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ

นอกจากนี้ กรอบนโยบายยังครอบคลุมถึงการผังเมือง การรักษาความปลอดภัยสาธารณะโดยเฉพาะอัคคีภัย การรักษาอธิปไตยด้านข้อมูลของประเทศ การป้องกันและเยียวยาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของชุมชน รวมถึงตอบสนองต่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

“การดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน สร้างความชัดเจนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และป้องกันไม่ให้กิจการดาต้าเซ็นเตอร์ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและการจัดสรรทรัพยากรน้ำในภาพรวมของประเทศ” นางสาวรัชดาย้ำ

ทำเนียบรัฐบาลเวลา 15:53 น. ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถึงความเป็นไปได้ที่จะนั่งเป็นประธานคณะกรรมการฯ ดังกล่าว

โดยนายเอกนิติ ตอบคำถามเพียงว่า "ยังไม่แน่ใจ ต้องแล้วแต่ท่านนายกมอบหมาย ท่านก็คงมีรองนายกที่ท่านต้องการจะมอบหมายของท่าน ซึ่งต้องรอท่านนายกพิจารณา แต่โดยหน้าที่แล้วก็จะดูภาพรวมเป็นหลัก"

ทั้งนี้ สำหรับรายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งตามมาในช่วงหลังจากนี้