ประเทศไทยส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป ครึ่งแรกปี 2026(ม.ค.-มิ.ย.) ข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ระบุว่า มีจำนวน 421,144 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกัน 8.32% สถิติเฉพาะการส่งออกกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า แบ่งเป็น รถกระบะไฟฟ้าหรือ BEV 218 คัน เพิ่มขึ้น 207.04% , รถยนต์นั่ง BEV 8,858 คัน มี เพิ่มขึ้น 1,234.04% รถยนต์นั่งน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก( PHEV) จำนวน 1,144 คัน ในปี 2568 ไม่มีการส่งออก และ รถยนต์นั่งน้ำมันผสมไฟฟ้า ( HEV ) จำนวน 9,529 คัน เพิ่มขึ้น111.24%
จากทิศทางการส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าของไทย มีทิศทางสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดโลก โดยรายงานฉบับใหม่ของ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency หรือ IEA) เรื่อง Electric Car Markets in a Time of Uncertainty ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ต่อยอดจากรายงาน Global EV Outlook 2026 ของ IEA ที่เผยแพร่ในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้ข้อมูลด้านการตลาดรถยนต์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 พบว่า ยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปี (ม.ค.-มิ.ย.2026)ลดลงประมาณ 5% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า เป็นผลจากยอดซื้อในตลาดใหญ่ที่สุด 2 แห่งของโลก คือ จีนและสหรัฐ ซึ่งเป็นการลดลงท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ,ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านอีวีอย่างมีนัยสำคัญ
ยอดขายอีวีหลายตลาดโตก้าวกระโดด
อย่างไรก็ตาม แม้ทิศทางยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกที่ลดลงนี้ปรากฎมาตั้งแต่ในไตรมาสแรกของปี 2026 เป็นผลจากสาเหตุเดียวกันคือ ยอดขายที่ลดลงใน 2 ตลาดหลัก คือสหรัฐและจีน แต่พบว่า ยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าได้ฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ ที่เพิ่มขึ้นถึง 35% เมื่อเทียบกับ 3 เดือนแรกของปี2026 ซึ่งยอดขายในไตรมาสที่ 2 ที่สูงขึ้นนี้ ได้ส่งให้สถิติยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใน 50 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บราซิล อินเดีย เกาหลีใต้ และเวียดนาม ซึ่งล้วนเป็นตลาดยานยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ มียอดขายเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าระหว่างเดือนมี.ค.ถึงมิ.ย.เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2025
นอกจากนี้ ยังพบว่า มีมากกว่า 90 ประเทศที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่นในครึ่งแรกปี 2026 เป็นผลจากการสนับสนุนทางนโยบายทั้งที่กำหนดขึ้นมาใหม่และที่ดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่องในหลายตลาด รวมถึงยุโรป ลาตินอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้คาดการณ์ว่าส่วนแบ่งตลาดจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจะสูงถึง 29% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดทั่วโลกในปี 2026 ซึ่งสูงกว่าที่เคยประมาณการไว้ในรายงาน Global EV Outlook 2026 อยู่ 1 เปอร์เซ็นต์
“ ยานพาหนะทางบกมีสัดส่วนการใช้น้ำมันเกือบครึ่งหนึ่งของการใช้น้ำมันทั่วโลก ทำให้ภาคส่วนนี้เปราะบางเป็นพิเศษต่อความผันผวนของราคาน้ำมันและการหยุดชะงักของอุปทาน ภาคส่วนนี้ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในการนำเข้าน้ำมันในหลายภูมิภาคที่มักจะซื้ออุปทานจากตะวันออกกลาง ”
ประวัติการณ์ยอดขายอีวีในจีนสัดส่วน60%
รายงานระบุว่า การตอบสนองทางนโยบายและภาคอุตสาหกรรมต่อวิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเร่งการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอยู่แล้วให้เร็วยิ่งขึ้น
รายงานยังชี้อีกว่า ตลาดรถยนต์ที่อ่อนตัวลงในจีนจะกดดันยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกตลอดปี 2026 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ10ปีที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนจะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แม้ว่ามีสัดส่วนมากกว่า 60% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในตลาดจีนจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
จากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกที่จะเพิ่มขึ้นได้อีกจากแรงส่งช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 ที่ผ่านมาพบว่าเป็นการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนนั้นสูงขึ้นเกือบจะเท่ากับยอดรวมตลอดทั้งปี 2025 เสียอีก ดังนั้นรายงานประเมินว่ามีเพียงประมาณ 2ใน3 ของรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายออกไปแล้วนั้นและยอด
ส่งออกที่ยังขายไม่ได้ในเดือนก่อนๆ ก็ยยังพบว่า ยังเหลือรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 1 ล้านคันในจีนที่พร้อมรอการขายในตลาดทั่วโลก ซึ่งยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้น ส่งให้จีนเป็นผู้ผลิตที่แข็งแกร่งและเป็นคู่แข่งสำคัญของผู้ผลิตรถยนต์รายเดิมๆเป็นผลจากประเทศในตลาดเกิดใหม่ต่างได้นำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
จีน-เวียดนามผู้ผลิตอีวีรายใหญ่โลก
ทั้งนี้ IEA อ้างรายงาน เรื่อง What Next for the Global Car Industry ที่ระบุว่า จีนและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อื่นๆ คาดว่าจะครองสัดส่วนประมาณ 60% ของความต้องการรถยนต์ทั่วโลกในทศวรรษหน้า ในบางตลาด เช่น ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ในท้องถิ่นก็ครองสัดส่วนที่มีนัยสำคัญในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจนคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 4 หรือ ราว 25% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในครึ่งแรกของปี 2026 ซึึ่งในจำนวนนี้ 55% มาจากผู้ผลิตค่ายจีน และอีก 30% มาจาก Vin Fast ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศเวียดนาม
อีวีในไทยยังโตต่อส่วนแบ่ง2.78%
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ความนิยมในการใช้รถพลังงานไฟฟ้า (EV) มีเพิ่มอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจาก สถิติการขนส่ง ประจำเดือน มิ.ย. 2569 ในส่วนนี้มีการจดทะเบียนสำหรับรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามีจำนวน 1,277,257 คัน หรือ 2.78% ของรถทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา3.17% โดยแบ่งเป็น รถ HEV 694,320 คัน ,รถ BEV 491,496 คัน, รถ PHEV 91,441 คัน
สำหรับรถใหม่พลังงานไฟฟ้าที่จดทะเบียนในเดือนนี้มีจำนวน 39,606 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา 1.01% ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน จำนวน 36,331 คัน รองลงมาคือ รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 3,009 คัน แบ่งเป็น รถ HEV 14,378 คัน ,รถ BEV 22,899 คัน , รถ PHEV 2,329 คัน
การเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของตลาดอีวี กำลังเป็นสัญญาณความเปลี่ยนแปลงที่ไทยสามารถนำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศแบบเป็นผู้เล่นสำคัญอย่างที่ครั้งหนึ่งไทยเคยเป็นแหล่งส่งออกรถยนต์ของโลกมาแล้ว



