รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพุธที่ 8 ส.ค.2569 มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยเป็นประธาน มีวาระสำคัญที่น่าสนใจในเชิงเศรษฐกิจและการบริหารราชการแผ่นดินหลายประเด็น โดยเฉพาะการปรับทัพผู้บริหารระดับสูงและการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ดังนี้
กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ เพื่อแทนนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ โดยมีแคนดิเดตสำคัญ 2 ราย คือ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่านางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์จะเสนอให้ครม.เลือกนายพูนพงษ์เป็นปลัดพาณิชย์คนใหม่เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการเศรษฐกิจในประเทศ การลดภาระค่าครองชีพ และการจัดการปัญหานอมินี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายหลักของรัฐบาลในปัจจุบัน ขณะที่นางอรมนมีจุดแข็งโดดเด่นในด้านการเจรจาการค้าระหว่างประเทศและ FTA การแต่งตั้งครั้งนี้จึงถูกจับตามองว่าเป็นการวางหมากเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในมิติที่รัฐบาลให้ความสำคัญ
นอกจากนี้ยังมีมาตรการลดภาระผู้ประกอบการและแผนเศรษฐกิจ ในวาระเพื่อทราบ กระทรวงพาณิชย์ได้เสนอร่างกฎกระทรวง กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน การขอตรวจและคัดสำเนาเอกสารเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด เพื่อเป็นการลดต้นทุนและอำนวยความสะดวกให้กับภาคธุรกิจ
นอกจากนี้ ยังมีวาระสำคัญด้านอื่นๆที่น่าสนใจได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังจะเสนอให้ครม.รับทราบการตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาการลงทุนในโครงการ Data Center
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เสนอแผน เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง และสภาพอากาศแปรปรวน เพื่อลดผลกระทบต่อภาคเกษตรและอุตสาหกรรม
กระทรวงการต่างประเทศเสนอ ร่างแถลงการณ์ร่วม ในโอกาสที่ประธานาธิบดีเมียนมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางการค้าและการทูต
นอกเหนือจากประเด็นเศรษฐกิจ ครม. ยังมีวาระพิจารณาโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ของกระทรวงยุติธรรม เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ และวาระการจัดตั้งวัดคาทอลิกตามระเบียบใหม่ของกระทรวงวัฒนธรรม เป็นต้น



