วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์ ชง 'พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์' นั่งปลัดพาณิชย์คนใหม่

กระทรวงพาณิชย์ เริ่มปรับทัพผู้บริหารครั้งใหญ่ โดยเฉพาะตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงพาณิชย์" แทนนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนปัจจุบันที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.69 นี้ ทำให้ตำแหน่งสูงสุดในฝ่ายบริหารของกระทรวงต้องมีการคัดเลือกผู้รับไม้ต่อ ท่ามกลางความคาดหมาย และสายตาจับจ้องจากทั้งสังคม ภาคธุรกิจ และนักการเมือง

การปรับทัพภายในกระทรวงครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการสับเปลี่ยนตำแหน่ง แต่ยังสะท้อนการกำหนดทิศทางนโยบายการค้า และเศรษฐกิจของรัฐบาลในระยะข้างหน้า ทั้งในมิติการบรรเทาค่าครองชีพ การพัฒนาภาคธุรกิจในประเทศ ไปจนถึงการยกระดับการปกป้อง และใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาในเวทีระหว่างประเทศ

แคนดิเดตว่าที่ "ปลัดกระทรวงพาณิชย์"มี 2 คนที่มาแรง คือ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยคาดว่าการประชุม ครม.ในวันที่ 5 ส.ค.69 นี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  จะมีการเสนอชื่อผู้ที่จะเป็นปลัดพาณิชย์คนใหม่ ซึ่งทั้งนายพูนพงษ์ และนางอรมน ต่างเป็นข้าราชการที่มีผลงานโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับประวัติของ 2 แคนดิเดต โดยนายพูนพงษ์ เติบโตมาในสายงานการจดทะเบียนธุรกิจ การส่งเสริม และพัฒนาธุรกิจ มีความเชี่ยวชาญด้านงานทะเบียนพาณิชย์ การพัฒนาธุรกิจ ทั้งค้าปลีกค้าส่ง โชห่วย แฟรนไชส์ โลจิสติกส์ การส่งเสริมการค้าออนไลน์

เคยเป็นรองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานนโยบาย และยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

พาณิชย์ ชง 'พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์' นั่งปลัดพาณิชย์คนใหม่

ปัจจุบันนายพูนพงษ์ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการช่วยลดแรงกดดันด้านค่าครองชีพให้รัฐบาล โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง ด้วยการผลักดันโครงการ "ไทยช่วยไทย" เพื่อลดราคาสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพ จนแนวคิดดังกล่าวถูกนำไปต่อยอดเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายหลักรัฐบาลในหลายโครงการ

นอกจากนี้ ยังเป็นหัวหอกสำคัญในการจัดการปัญหา “นอมินี” ที่สะสมมานาน ทั้งการวางระบบป้องกันการจดทะเบียนนิติบุคคลนอมินี การปราบปรามร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาระบบจดทะเบียนนิติบุคคล การเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลกับหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนการส่งเสริมความเข้มแข็งให้ภาคธุรกิจ

ด้าน นางอรมน เติบโตมาจากสายงานเจรจาการค้า โดยเฉพาะ เริ่มต้นเส้นทางราชการที่กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์  ในตำแหน่งเศรษฐกร ก่อนไต่เต้าขึ้นเป็นอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำคณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก (WTO)

จากนั้นโยกมาคุมงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา และรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก่อนกลับไปนั่งรองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และขึ้นแท่นอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับการต่ออายุถึง 2 ครั้ง รวมระยะเวลา 6 ปี ก่อนขยับไปเป็นอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และล่าสุดกลับมารับตำแหน่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

การที่เธอถูกโยกไปคุมกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก่อนวกกลับมาสู่กรมทรัพย์สินทางปัญญาอีกครั้ง สะท้อนว่าผู้บริหารระดับสูงมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างงานทรัพย์สินทางปัญญากับงานเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) แทบทุกฉบับ

พาณิชย์ ชง 'พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์' นั่งปลัดพาณิชย์คนใหม่

ที่ผ่านมา"นางอรมน" มีผลงานเด่นชัดในการขับเคลื่อนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งการเร่งรัดกระบวนการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้า ให้ง่าย เร็ว และสะดวกขึ้น การส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้นำทรัพย์สินทางปัญญามาแปลงเป็นทุน การส่งเสริมงานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีแห่งอนาคต รวมถึงการปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อสกัดกั้นสินค้าปลอมไม่ให้เข้าสู่ตลาด ตลอดจนดูแลผู้ประกอบการไทยที่ถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในตลาดต่างประเทศ

“วุฒิไกร ลีวีระพันธ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้เคยพูดถึงตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ข้าราชการระดับสูงที่เป็นแคนดิเดตปลัดกระทรวงพาณิชย์ทุกคนเป็นผู้มีความรู้ความสามารถกันทั้งสิ้น  และมีความเก่งคนละด้าน นั่นก็หมายความว่า ไม่ใช่เพียงคุณสมบัติเท่านั้น แต่หมายถึงบริบทอื่นๆ ที่มีส่วนในการพิจารณาตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์

หากพิจารณาความเหมาะสมของแคนดิเดตทั้ง 2 คน ถือว่ามีความเหมาะสมทั้งคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ การยอมรับจากคนในกระทรวง  ในแง่ยุทธศาสตร์ หากรัฐบาลต้องการเน้นการคลายความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพ และการบริหารจัดการภายในประเทศแบบเข้มข้น การเลือกผู้บริหารที่มีทักษะเชิงปฏิบัติ และเครือข่ายภายในสูงจะเป็นคำตอบ ซึ่งนั่นคือ จุดแข็งของนายพูนพงษ์

ขณะที่หากรัฐบาลมองเป้าหมายไปที่การยกระดับศักยภาพการค้า การเจรจา FTA และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อผลักดันการส่งออก และนวัตกรรม นางอรมนจะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์  แต่โดยรวมแนวโน้มการคัดเลือกดูเอียงไปทางนายพูนพงษ์ เนื่องจากความต้องการแก้ปัญหาภายในประเทศ และการขับเคลื่อนนโยบายที่ต้องการ การบริหารเชิงปฏิบัติขั้นสูง

รอบนี้ "ปลัดพาณิชย์คนใหม่" จึงไม่ได้วัดการที่ใครอาวุโสกว่าหรือความรู้ ความสามารถระหว่างสายต่างประเทศ หรือสายในประเทศ  แต่อยู่ที่จะใช้ "ใคร" ได้มากกว่าใคร ซึ่งแนวโน้มแต้มต่อมากที่สุดก็หนีไม่พ้น “พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์” ว่าที่ปลัดคนใหม่

ขณะที่ตำแหน่งผู้บริหารระดับอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่จะเกษียณในปี รวมไปถึงการสับเปลี่ยนโยกย้าย   โดยเฉพาะนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายในที่หลายฝ่ายจับตา ว่า อาจถูกสับเปลี่ยนไปอยู่ในตำแหน่งอื่นนั้นต้องรอดูในการเสนอครั้งต่อไป

เนื่องจากนายวุฒิไกรเคยบอกว่า อยากให้ปลัดคนใหม่มีส่วนร่วมในการพิจารณาเนื่องจากจะต้องทำงานร่วมกันต่อไปในระยะข้างหน้า 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์