“สรรเพชญ” สั่ง SRTA เดินหน้าพัฒนาที่ดิน 22 ไร่ สถานีรถไฟธนบุรี ปั้น “เมดิคัลฮับ” ใจกลางเมือง ตั้งเป้าประกาศเชิญชวนดึงเอกชน และโรงพยาบาลศิริราช ร่วมลงทุนภายในปีนี้ มั่นใจเป็นโปรเจกต์สำคัญยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนพนักงานรถไฟ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้พื้นที่โดยรอบ
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ย่านสถานีธนบุรีเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยระบุว่า จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้มั่นใจว่าที่ดินย่านสถานีธนบุรีเป็นพื้นที่ศักยภาพที่จะสามารถนำไปพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นโครงการที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพนักงาน รฟท.ที่อาศัยอยู่บริเวณบ้านพักการรถไฟ รวมทั้งจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วย
สำหรับแผนพัฒนาที่ดินย่านสถานีธนบุรี บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ได้ศึกษาความเหมาะสมจะนำร่องพัฒนาบริเวณบ้านพักพนักงานรถไฟเดิมพื้นที่ประมาณ 22 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ศักยภาพตั้งอยู่ติดกับศูนย์การแพทย์ศิริราช โดยมีแนวคิดหลักในการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นศูนย์กลางการแพทย์ (Medical Hub) จัดตั้งเป็นศูนย์รักษาโรคมะเร็ง ศูนย์สุขภาพ รวมไปถึงการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ควบคู่ไปกับการดูแลคุณภาพชีวิตพนักงาน
โดยรายละเอียดของแผนพัฒนาพื้นที่ 22 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่พักอาศัยของพนักงานรถไฟประมาณ 2 ไร่ ในรูปแบบอาคารชุด (Condominium) และส่วนที่เหลือจะพัฒนาเป็น Wellness Center, Wellness Residence สำหรับที่พักผู้ป่วยและญาติ, ที่พักบุคลากรทางการแพทย์, Medical Center, อาคารจอดรถที่รองรับรถได้ประมาณ 1,000 คัน รวมถึงสวนสาธารณะเพื่อการพักผ่อนของประชาชน
ขณะที่รูปแบบการลงทุน เบื้องต้น SRTA วางไว้ 2 แนวทาง คือ
1. ศึกษารูปแบบเปิดให้เอกชนเข้าร่วมประมูลพื้นที่ ทำสัญญาเช่ากับ SRTA หลังจากนั้นหากเอกชนสามารถพัฒนาโครงการต่างๆ รวมไปถึงการให้โรงพยาบาลศิริราชเป็นผู้เช่าช่วงพัฒนาศูนย์การแพทย์
2. ศึกษารูปแบบให้เอกชนร่วมทุนกับโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเข้ามาทำสัญญาเช่าพื้นที่กับ SRTA โดยตรง เพื่อนำพื้นที่ไปพัฒนาโครงการต่างๆ
“เรื่องสวัสดิการพนักงานรถไฟที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้กว่า 318 ครัวเรือน หรือประมาณ 1,000 คน หลังจากนี้ก็ต้องรับฟังความคิดเห็นเพื่อให้ได้พนักงานเหล่านี้ยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม ทั้งการเข้าถึงที่จอดรถที่เพียงพอ และสิทธิการรักษาพยาบาลให้เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลศิริราช”
ขณะเดียวกัน แม้จะมีการเปลี่ยนรูปแบบที่พักอาศัยจากแนวราบเป็นแนวสูง แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการทอดทิ้งพนักงาน โดยจะพิจารณาพื้นที่ร้านค้าหรือสหกรณ์เพื่อรองรับกลุ่มแม่บ้านและพนักงานที่ต้องการค้าขายเดิมเพื่อให้มีทางออกร่วมกันอย่างสันติและยกระดับมาตรฐานชีวิตให้ดีขึ้น
สำหรับไทม์ไลน์การดำเนินงาน หลังจากนี้ SRTA จะเร่งลงพื้นที่หารือกับพนักงานการรถไฟที่อาศัยในพื้นที่ รวมทั้งรับฟังความเห็นภาคเอกชนและโรงพยาบาลศิริราช เพื่อนำกลับมาพิจารณารูปแบบการลงทุน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันให้เริ่มกระบวนการออกประกาศเชิญชวนการลงทุนภายใน ธ.ค.นี้
นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า โครงการนี้จะต้องเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อให้โครงการเริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมภายในสมัยรัฐบาลชุดนี้ โดยคาดว่าหลังเสร็จสิ้นกระบวนการเปิดประมูลแล้ว จะใช้เวลาก่อสร้างราว 3-4 ปี และหลังจากดำเนินโครงการในพื้นที่นี้แล้ว ยังตั้งเป้าให้ SRTA เตรียมเดินหน้าแผนพัฒนาพื้นที่อื่นๆ โดยรอบ อาทิ ที่ดินบริเวณตลาดศาลาน้ำร้อน
“เชื่อมั่นในศักยภาพของโครงการนี้ เพราะเป็นโครงการที่สอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพโลก ทั้ง Longevity และ Wellness อีกทั้งทำเลที่ตั้งยังมีความได้เปรียบสูง เพราะเชื่อมโยงกับโครงข่ายคมนาคมอย่างสะดวก มีทั้งรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีแดง ห่างจากที่ดินแปลงนี้ประมาณ 400 เมตร เชื่อว่าจุดแข็งนี้จะดึงดูดให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน”



