วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘ศุลกากร’ เผยมูลค่าการค้า 10 เดือนแรก ที่ 21.4 ล้านล้าน ส่งออกสหรัฐโตแกร่ง 34%

“กรมศุลกากร” เผยมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของไทยช่วง 10 เดือนแรก ปีงบประมาณ 2569 แตะ 21.4 ล้านล้านบาท เฉียดทะลุยอดรวมปีก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนสำคัญจากส่งออกไปสหรัฐโตสูงถึง 30%-34% นำโดยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ฝั่งภาครัฐคุมเข้มตรวจสอบถิ่นกำเนิดป้องกันแอบอ้างสิทธิ ควบคู่การส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 มีมูลค่าถึง 21.4 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่เกือบเทียบเท่ากับยอดรวมทั้งปีของปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 22 ล้านล้านบาท ส่งผลให้คาดการณ์ภาพรวมการค้าในปีนี้จะขยายตัวขึ้นอย่างมาก

แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจในมุมมองภายนอกจะดูชะลอตัว แต่ตัวเลขการค้าจริงของประเทศกลับเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกตลาดสำคัญ เฉพาะการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐเพียงอย่างเดียว พบว่าขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 30% - 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

โดยได้แรงหนุนจากสินค้ากลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการกระจายความเสี่ยงด้านการลงทุนหรือ “ไชน่า พลัส วัน” (China Plus One) เนื่องจากผู้ประกอบการจีนไม่สามารถส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐได้โดยตรงจากมาตรการทางภาษี จึงตัดสินใจย้ายฐานการผลิตเข้ามายังประเทศไทย เพื่อใช้เป็นฐานการส่งออกไปยังสหรัฐแทน

ทั้งนี้ อธิบดีกรมศุลกากรยืนยันว่า รัฐบาลไทยไม่ได้กีดกันการเข้ามาตั้งโรงงานผลิตภายในประเทศ แม้การเข้ามาตั้งฐานการผลิตของต่าวชาติในช่วงแรกอาจเริ่มต้นจากการนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศทั้งหมด แต่เชื่อว่าหลังจากเปิดดำเนินงานไปแล้วราว 1 ปี โรงงานเหล่านี้มีโอกาสเพิ่มอัตราส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ (Local Content) มากขึ้น

อย่างไรก็ดี ไทยไม่ยอมรับการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า และเพื่อป้องกันปัญหาด้านการออกใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าโดยมิชอบ กรมศุลกากรได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด อาทิ พื้นที่แหลมฉบัง เพื่อพิสูจน์ยืนยันกระบวนการผลิตจริง และรับประกันว่าสินค้าได้รับสิทธิการเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand) อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

นอกจากตลาดสหรัฐแล้ว ภาพรวมการส่งออกไปยังตลาดอื่นในรอบ 10 เดือนแรกยังคงขยายตัวได้ดี โดยการส่งออกไปยังทวีปยุโรปขยายตัวเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่การส่งออกไปยังประเทศจีนและกลุ่มประเทศสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน ต่างขยายตัวและเติบโตในทิศทางบวกด้วยเช่นกัน