ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์การค้าโลก ทั้งประเด็นภาษีสหรัฐ สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางซึ่งกระทบถึงความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงความอ่อนแรงทางเศรษฐกิจที่เผชิญวิกฤตหลายระลอกมาอย่างต่อเนื่อง
แต่การค้าทั่วโลกยังส่งสัญญาณเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ เป็นอานิสงส์จากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี และ ปัญญาประดิษฐ์ หรือAI
ข้อมูลจากองค์การการค้าโลก หรือ WTO ระบุว่า การค้าโลกในช่วงไตรมาสแรกปี 2569 ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมูลค่าการค้าสินค้าโลกขยายตัว 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจาก แรงหนุนสำคัญมาจากการลงทุนด้านAI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งผลักดันความต้องการชิป อุปกรณ์โทรคมนาคม และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ให้ขยายตัวในระดับสูง
โดยสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) 1. สินค้าเทคโนโลยีเป็นพระเอกของการค้าโลกประกอบด้วย อุปกรณ์สำนักงานและโทรคมนาคม เติบโต 44% ในไตรมาสแรกปี 2026 สูงขึ้นจากไตรมาสแรกปี 2025 ซึ่งอยู่ในระดับ 16%
ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เติบโต 40% จาก 8%, สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI เติบโต 42% จาก 18% สะท้อนว่าความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ ชิป อุปกรณ์ดาต้าเซนเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการค้าโลก
2. แร่ธาตุและวัตถุดิบเร่งตัว กลุ่มแร่และโลหะที่ไม่ใช่เหล็กเติบโตถึง 27% จากที่แทบไม่ขยายตัว (-0.4%) ในปีก่อน เป็นผลจากความต้องการแร่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า และศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้น
3. สินค้าอุตสาหกรรมยังขยายตัว สินค้าอุตสาหกรรมรวม โต 9% เท่ากับปีก่อน ,เครื่องจักรอื่น ๆ โต 9% จาก 8%,ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ พลิกจาก -3% เป็น 5% แสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตโลกเริ่มกลับมามีแรงส่งมากขึ้น
4. พลังงานยังอ่อนแอ เชื้อเพลิงและสินค้าเหมืองแร่ โต 7% จาก -4% แต่เฉพาะเชื้อเพลิง ยังติดลบ -3% แม้จะดีขึ้นจาก -8%สะท้อนว่าราคาพลังงานโลกยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าการค้าพลังงานยังไม่ฟื้นเต็มที่
5. สินค้าเกษตรเติบโตปานกลาง สินค้าเกษตร โต 4% ลดลงจาก 6%, อาหาร โต 5% ลดลงจาก 6%, แสดงว่าความต้องการอาหารโลกยังขยายตัว แต่ในอัตราที่ชะลอลง
6. อุตสาหกรรมดั้งเดิมยังเผชิญแรงกดดัน เหล็กและเหล็กกล้า ติดลบ -5%, เคมีภัณฑ์ ติดลบ -6%, สิ่งทอ โตเพียง 1% จาก 7%เครื่องนุ่งห่ม โตเพียง 1% จาก 7%
“ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า โครงสร้างการค้าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการขับเคลื่อนด้วยสินค้าโภคภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภค ไปสู่การเติบโตที่นำโดยเทคโนโลยี AI เซมิคอนดักเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป”
การคาดการณ์การค้าล่าสุดของ WTO ซึ่งเผยแพร่ในรายงาน Global Trade Outlook and Statistics (GTOS) เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา คาดการณ์ว่าปริมาณการค้าสินค้าโลกจะเติบโต 1.9% ในปี 2026 ภายใต้ฉากทัศน์พื้นฐานว่าด้วย สงครามในตะวันออกกลางอาจลดการเติบโตของการค้าโลกลง 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์, ราคาพลังงานสูง แต่การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องอาจเพิ่มการเติบโตได้ 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์
ประมาณการเหล่านี้จัดทำขึ้นในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้ง โดยมีข้อมูลเพียงบางส่วนเกี่ยวกับขอบเขตของการชะงักงันในการขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อพิจารณาจากพัฒนาการในภายหลัง นักเศรษฐศาสตร์ของ WTO คาดว่าจะเห็นการหดตัวที่ใหญ่ขึ้นของกระแสการค้าในตะวันออกกลางภายในสิ้นปี ขณะที่ จะเกิดการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นในเอเชียและอเมริกาเหนือ
ทั้งนี้ การใช้จ่ายเพื่อการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้ยกระดับปริมาณการค้าในเอเชียโดยในไตรมาสแรก การส่งออกของเอเชียเพิ่มขึ้น 12.9%และการนำเข้าเพิ่มขึ้น 14.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2025
“โดยการส่งออกไม่ได้ถูกขับเคลื่อนแค่โดยจีนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไทย และจีนไทเป การเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ในเอเชียเป็นผลจากการหมุนเวียนภายในภูมิภาคของสินค้าที่สนับสนุน AI”
สำหรับผู้ส่งออก 5 อันดับแรก(ไตรมาสแรกของปี 2026) บันทึกการเติบโตของการส่งออกในเชิงมูลค่าเมื่อเทียบแบบปีต่อปี พบว่าเกาหลีใต้นำเป็นอันดับหนึ่งที่ ขยายตัว 38.4%, ตามด้วยฮ่องกง ขยายตัว 38.3%, สหรัฐขยายตัว 15.2% และจีน ขยายตัว 14.7% สหภาพยุโรป ขยายตัว 9.2%
สำหรับผู้นำเข้า 5 อันดับแรก มีเพียงการนำเข้าสินค้าของสหรัฐเท่านั้นที่ลดลง 13.6% ขณะที่การนำเข้าของอีก 4 รายที่เหลือเพิ่มขึ้นในแง่มูลค่า ฮ่องกง ขยายตัว 44.8%, สหราชอาณาจักร ขยายตัว 28.0%, จีน ขยายตัว 23.0% และสหภาพยุโรป ขยายตัว 11.4%



