วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

ปลูกทุเรียนในสวนยางก็ทำได้ กยท. เปิดต้นแบบดันรายได้พุ่ง

ปัญหาเรื่องความผันผวนของราคายางพาราและประสิทธิภาพการผลิตที่ลดลงตามอายุของต้นยาง นับเป็นหนึ่งในข้อจำกัดใหญ่ที่เกษตรกรสวนยางทั่วประเทศไทยต้องเผชิญมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในกลุ่มสวนยางพาราที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งมักจะประสบภาวะผลผลิตน้ำยางลดลงอย่างเห็นได้ชัด การรอคอยรายได้จากการกรีดยางเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จึงได้ประสานความร่วมมือครั้งสำคัญกับกรมวิชาการเกษตร เพื่อเร่งหาทางออกและสร้างทางรอดใหม่ให้กับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ

ปลูกทุเรียนในสวนยางก็ทำได้  กยท. เปิดต้นแบบดันรายได้พุ่ง

นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยถึงแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวว่า กยท. ได้ร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตร เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการเปิดตัวโครงการนำร่องแปลงต้นแบบการปลูกทุเรียนในสวนยางพาราอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปที่ให้ผลผลิตต่ำ ภายใต้แนวคิดหลักสุดล้ำอย่าง “1 สวน 2 รายได้ ยางอยู่ได้ ทุเรียนเติบโต” ซึ่งได้มีการเปิดตัวแปลงต้นแบบอย่างเป็นทางการ ณ ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และพิสูจน์ให้เห็นว่า การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมแบบผสมผสานสามารถเกิดขึ้นได้จริงและสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากแนวความคิดในการศึกษาความเป็นไปได้ทางวิชาการและทางปฏิบัติ ในการจัดสรรพื้นที่การเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Land Use Efficiency) โดยมุ่งเน้นไปที่สวนยางพาราเก่าที่มีอายุเกิน 20 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ต้นยางทรุดโทรมและให้ผลผลิตต่ำ หรือในกลุ่มสวนยางที่เกษตรกรกำลังวางแผนจะโค่นเพื่อปลูกใหม่ การนำทุเรียน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาปลูกควบคู่หรือแทรกในแปลงยางพาราเดิม จะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยวเพียงชนิดเดียว ในช่วงระยะแรกที่ทุเรียนยังไม่ให้ผลผลิต เกษตรกรก็ยังคงสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตน้ำยางที่เหลืออยู่เพื่อสร้างรายได้ประจำวันได้ ในขณะเดียวกัน ทุเรียนที่ปลูกเสริมเข้ามาก็จะค่อย ๆ เจริญเติบโตจนพร้อมที่จะกลายเป็นแหล่งรายได้หลักก้อนใหญ่ในอนาคต

ปลูกทุเรียนในสวนยางก็ทำได้  กยท. เปิดต้นแบบดันรายได้พุ่ง

การบูรณาการความร่วมมือระหว่าง กยท. และกรมวิชาการเกษตรในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมการปลูกพืชเสริมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการเกษตรอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปรับปรุงบำรุงดิน การจัดการแสงและร่มเงาของต้นยางเก่าที่ส่งผลต่อการเติบโตของทุเรียน การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการป้องกันโรคและศัตรูพืช เพื่อให้มั่นใจว่าทุเรียนที่ปลูกเสริมลงไปนั้นสามารถเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์เต็มที่ และไม่ส่งผลกระทบเสียต่อต้นยางเดิม การพัฒนาแปลงต้นแบบที่อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการรวบรวมข้อมูลเชิงลึก ทั้งในมิติของต้นทุน การบำรุงรักษา และผลตอบแทน เพื่อนำมาปรับใช้และขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศที่มีบริบททางกายภาพใกล้เคียงกัน

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการลดภาระทางการเงินและสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรกล้าที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตร กยท. ได้จัดเตรียมมาตรการสนับสนุนทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกแทนสวนยางพาราเก่า โดยให้เงินสงเคราะห์สำหรับการปลูกแทนด้วยไม้ยืนต้นเศรษฐกิจที่เป็นพืชหลัก เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการและปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญอย่างทุเรียน จะได้รับเงินสงเคราะห์ในอัตรา 12,000 บาทต่อไร่ (กรอบระยะเวลา 1 ปี) ซึ่งเงินทุนส่วนนี้จะช่วยสนับสนุนปัจจัยการผลิตที่จำเป็น เช่น ค่าจัดหาต้นพันธุ์ทุเรียนคุณภาพดี ค่าระบบน้ำ ค่าปุ๋ย และค่าเตรียมดิน ทำให้เกษตรกรสามารถเริ่มต้นการปรับเปลี่ยนสวนยางได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเริ่มต้นทั้งหมดด้วยตัวเอง

ปลูกทุเรียนในสวนยางก็ทำได้  กยท. เปิดต้นแบบดันรายได้พุ่ง

เป้าหมายระยะยาวของโครงการ “1 สวน 2 รายได้ ยางอยู่ได้ ทุเรียนเติบโต” คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรสวนยางให้มีความมั่นคงทางรายได้มากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนผ่านจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาสู่ระบบเกษตรผสมผสานที่มีพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง จะช่วยกระจายความเสี่ยง สร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจในระดับครัวเรือน และยกระดับภาคเกษตรกรรมของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกและสภาวะภูมิอากาศที่แปรปรวน

การยางแห่งประเทศไทยจึงขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรสวนยางพาราที่สนใจ และต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำสวนยางให้เกิดประสิทธิภาพและรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีแปลงสวนยางพาราอายุ 20 ปีขึ้นไป หรือสวนยางที่ให้ผลผลิตต่ำ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รับคำแนะนำด้านเทคนิค และยื่นคำร้องขอรับการส่งเสริมการปลูกแทนพร้อมรับเงินสงเคราะห์ ได้ที่สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ทุกจังหวัดและทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป