สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด เดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์ท้องถิ่น “มวกเหล็ก แดรี่มิลค์” ผลิตจากนมโคแท้ 100% พร้อมหนุนเกษตรกรรุ่นใหม่นำเทคโนโลยีเร่งลดต้นทุนการผลิต มุ่งสร้างความมั่นคงให้อาชีพและร่วมพยุงราคาพืชผลเกษตรไทย
นายปภณภพ เฉลิมกลิ่น ผู้จัดการสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด เปิดเผยถึงเส้นทางกว่า 50 ปี ของสหกรณ์ฯ ซึ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2515 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น “สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด” ในปี 2526 โดยปัจจุบันมีภารกิจหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การรับซื้อน้ำนมดิบ, จัดหาปัจจัยการผลิต, ให้ความรู้การบริหารฟาร์ม และบริการสินเชื่อ-สวัสดิการแก่สมาชิก ที่มีประมาณ 500 ราย
โดยเป็นเกษตรกรที่ส่งน้ำนมจริงราว 280 ราย มีปริมาณน้ำนมดิบเฉลี่ย 70 ตันต่อวัน ซึ่งจัดสรรส่งให้คู่ค้าหลัก ได้แก่ นมโรงเรียน (นมพาสเจอร์ไรส์) 28 ตันต่อวัน บริษัท ซี.พี.เมจิ จำกัด 25 ตันต่อวัน บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ นำไปผลิตกาแฟเบอร์ดี้ บริษัท ดานอน นำไปผลิตนม UHT แต่ทางสหกรณ์
นอกจากการส่งน้ำนมดิบให้คู่ค้า สหกรณ์ฯ ยังนำน้ำนมดิบส่วนหนึ่งมาต่อยอดแปรรูปภายใต้แบรนด์ “มวกเหล็ก แดรี่มิลค์” ซึ่งดำเนินการมานานกว่า 10 ปี โดยชูจุดแข็งเรื่องคุณภาพจากนมโคแท้ 100% สินค้าภายใต้แบรนด์มีความหลากหลาย ทั้งนมกล่อง UHT (รสจืด/รสหวาน) และผลิตภัณฑ์ขนมต่าง ๆ เช่น คุกกี้ ขนมปัง เต้าฮวย แยมโรล ไอศกรีม พุดดิ้ง โยเกิร์ตพร้อมดื่ม และเค้ก ซึ่งจำหน่ายผ่านร้านกาแฟและร้านค้าของสหกรณ์ฯ ริมถนนมิตรภาพ รวมถึงกระจายสู่มินิมาร์ท ร้านสะดวกซื้อ งานประชุมส่วนราชการ ตลอดจนการส่งนมพาสเจอร์ไรส์ขนาด 2 ลิตร (เฉลี่ย 50-60 แกลลอนต่อวัน) ให้กับโรงงาน โรงแรม และรีสอร์ทในพื้นที่
นายปภณภพ ยืนยันว่า แม้จะเป็นแบรนด์ท้องถิ่นที่ไม่สามารถทุ่มงบการตลาดแข่งกับแบรนด์ใหญ่ได้ แต่ความจริงใจในคุณภาพและการรณรงค์ให้คนในพื้นที่อุดหนุนสินค้าในท้องถิ่น จะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร และทำให้แบรนด์ท้องถิ่นสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
สำหรับแนวทางการปรับตัวของเกษตรกร นายปภณภพ ระบุว่า ปัจจุบันผู้เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรุ่นที่ 2 และ 3 ซึ่งเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาบริหารจัดการฟาร์ม โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อลดต้นทุนการผลิต ซึ่งการคงอยู่ของอาชีพเลี้ยงโคนมยังส่งผลดีต่อภาพรวมภาคเกษตร ในการช่วยพยุงราคาพืชผลอย่าง มันสำปะหลัง ข้าว และข้าวโพด ที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์อีกด้วย
“ต้องขอบคุณกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนและอุปกรณ์การตลาดผ่านกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้สหกรณ์ฯ ได้กู้ยืมเงินดอกเบี้ยต่ำรวมประมาณ 20 ล้านบาท สำหรับใช้เป็นทุนรวบรวมน้ำนมดิบ ซื้อวัตถุดิบอาหารสัตว์ และล่าสุดกู้จำนวน 5 ล้านบาท (สหกรณ์สมทบ 20%) เพื่อจัดซื้อรถบรรทุกน้ำนมดิบในการพัฒนาระบบขนส่งให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”



