กรมปศุสัตว์ ชี้แจงสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับ ยื่นคำขอส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์มายังประเทศไทย ยืนยันว่า เป็นกระบวนการปกติทางการค้าระหว่างประเทศตามหลักสากล (WTO) ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นของการขอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านสุขอนามัยและโรคระบาดสัตว์อย่างละเอียดรอบคอบ พร้อมย้ำว่า ขั้นตอนยังอีกยาวไกล และจะต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและเกษตรกร เพื่อยึดถือผลประโยชน์สูงสุดของประเทศและเกษตรกรไทยเป็นสำคัญ
นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจาก สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ผ่านทางสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงปักกิ่ง สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งความประสงค์ยื่นคำขอส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ฯ ของจีนส่งออกมายังประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2569 โดยคำขอดังกล่าว ถือเป็นเรื่องปกติของการค้าระหว่างประเทศตามกรอบขององค์การการค้าโลก (WTO) โดยมีหลักการพื้นฐานสำคัญ คือ การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้การค้าระหว่างประเทศมีความเสรี และเป็นธรรม
อย่างไรก็ตาม คำขอเปิดตลาดเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ฯ ของ GACC นั้น ทางกรมปศุสัตว์ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบตามระเบียบมาตรฐานปฏิบัติเช่นเดียวกับคำขอจากประเทศคู่ค้าอื่นๆทั่วโลก โดยปัจจุบัน ขั้นตอนตรวจสอบยังอยู่ในระยะเริ่มแรก คือ กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินขอข้อมูลรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์ประกอบคำขอเปิดตลาดฯ จาก GACC เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีก โดยยึดตามกฎระเบียบของประเทศไทย และตามหลักสากลด้านคุณภาพและมาตรฐานสุขอนามัยสัตว์ (SPS) ทั้งการตรวจด้านเอกสาร และการตรวจประเมิน ณ สถานที่ผลิตจริง โดยมีคณะกรรมการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของกรมปศุสัตว์เป็นผู้ตรวจประเมินความเสี่ยงทั้งสองด้าน
ซึ่งกระบวนการดังกล่าว ยังมีระยะเวลาที่ห่างไกลจากขั้นตอนการพิจารณา ว่าจะให้มีการนำเข้าสินค้าหรือไม่ โดยหลังจากขั้นตอนทางเอกสาร กรมปศุสัตว์ ยังต้องดำเนินการตามระเบียบในอีกหลายขั้นตอน โดยเฉพาะการพิจารณาความปลอดภัยทั้งจากโรคระบาดสัตว์ เช่น โรคไข้หวัดนก รวมถึงสารตกค้างต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อสัตว์และผู้บริโภค ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบสูงสุด เนื่องจากประเทศไทยมีอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกที่มีคุณภาพและมาตรฐานระดับโลก
โดยข้อมูลในปี 2568 ที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ ประมาณ 3.82 ล้านตันต่อปี และสามารถส่งออกเนื้อสัตว์ปีกแช่เย็น แช่แข็ง รวมถึงผลิตภัณฑ์ปรุงสุก ปริมาณ 1.34 ล้านตันต่อปี (คิดเป็นมูลค่ากว่า 168,000 ล้านบาท)
สำหรับกรณีที่ประเทศใดก็ตามแสดงความประสงค์ขอเปิดตลาดส่งออกเนื้อสัตว์เพื่อจำหน่ายในประเทศนั้น นอกจากจำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบตามขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ และประเมินความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ทั้งวงจร จากนั้นกรมปศุสัตว์ต้องเสนอคำขอดังกล่าวสู่กระบวนการการมีส่วนร่วมของผู้แทนองค์กรเกษตรกร สหกรณ์ และสมาคม รวมถึงผู้มีส่วนได้เสีย และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
" ดังนั้นเพื่อป้องกันความสับสนที่อาจจะเกิดขึ้นในสังคม จากกรณีที่มีการนำหนังสือคำขอดังกล่าว ไปเสนอเป็นข่าว กรมปศุสัตว์ จึงต้องชี้แจง ว่าในการดำเนินการใดๆ กรมปศุสัตว์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้ความมั่นใจต่อสาธารณชนว่า จะคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเกษตรกรและประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเป็นสำคัญ"



