เมื่อต้นปี 2569 ประเทศไทยได้ทำหน้าที่เจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานโครงการบูรณาการด้านไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ หรือ Lao PDR-Thailand-Malaysia-Singapore Power Integration Project Working Group (LTMS-PIP Working Group) ครั้งที่ 36
เพื่อหารือแนวทางการผลักดันโครงการ LTMS-PIP ที่กำลังจะเริ่มซื้อขายไฟฟ้าจริงในเฟสที่ 2 เร็วๆ นี้ พร้อมกันนี้ ปลัดกระทรวงพลังงานและผู้บริหารกระทรวงด้านพลังงานของประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และ สปป.ลาว ยังได้ให้เกียรติเป็นสักขีพยานในการลงนามในสัญญาค่าส่งผ่านไฟฟ้าภายใต้โครงการซื้อขายไฟฟ้าพหุภาคีข้ามพรมแดน สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้ามาเลเซีย (Tenaga Nasional Berhad : TNB) และการไฟฟ้าลาว (Electricité du Laos: EDL) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการผลักดันการซื้อขายไฟฟ้าฯ ดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อเร็วๆนี้ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) อย่างเป็นทางการ เพื่อกระชับความร่วมมือด้านพลังงานและติดตามความคืบหน้าโครงการความร่วมมือด้านพลังงานที่สำคัญระหว่างสองประเทศ
ในโอกาสดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้เข้าเยี่ยมคารวะ นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว และหารือทวิภาคีกับ นายมะไลทอง กมมะสิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว
โดยทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือในการขยายความร่วมมือในอนาคต อาทิ การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center, ปัญญาประดิษฐ์ (AI )และยานยนต์ไฟฟ้า การต่อยอดการซื้อขายไฟฟ้าพหุภาคี สปป ลาว-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ (LTMS Power Integration Project) การศึกษาแนวทางการสำรองน้ำมันเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤติพลังงานโลกและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านพลังงานร่วมกัน เป็นต้น
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายจะได้มีการหารือในรายละเอียด และจะมีการพิจารณาขยายความตกลงความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยและ สปป ลาว ตามความเหมาะสมต่อไป
นายเอกนัฏ กล่าวว่า สปป.ลาว เป็นประเทศพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญ โดยมีความสัมพันธ์อันดีในทุกมิติอย่างใกล้ชิดและมีความร่วมมือด้านพลังงานที่เป็นรูปธรรมมาอย่างยาวนาน การเยือนครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศในระยะยาว
สำหรับโครงการซื้อขายไฟฟ้าพหุภาคีของอาเซียนโครงการแรกที่มีการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนผ่านหลายประเทศ เริ่มต้นจากโครงการ Lao PDR-Thai-Malaysia Power Integration Project (LTM-PIP) ปริมาณ 100 เมกะวัตต์ ในปี พ.ศ. 2562 และได้พัฒนาต่อยอดมาเป็นโครงการบูรณาการด้านไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ (Lao PDR-Thai-Malaysia-Singapore Power Integration Project: LTMS-PIP) โดยส่งไฟฟ้าสะอาดจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ สปป.ลาว ไปขายยังประเทศสิงคโปร์ ผ่านประเทศไทยและมาเลเซีย เฟสที่ 1 ปริมาณ 100 เมกะวัตต์ ในปี พ.ศ. 2565 และเพิ่มขึ้นเป็น 200 เมกะวัตต์ในเฟสที่ 2 ในปัจจุบัน
โดยไทยได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว คือ สร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมการส่งผ่านไฟฟ้า (Wheeling Charge) ผ่านสายส่งไฟฟ้าของไทย และยังเป็นการขยายการเชื่อมโยงด้านพลังงานร่วมกันในกลุ่มสมาชิกอาเซียน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานร่วมกันด้วย
ในการนี้ การประชุมฯ ดังกล่าว ได้มีการหารือถึงแนวทางการขยายความร่วมมือในการเชื่อมโยงไฟฟ้าภายใต้โครงการดังกล่าวในอนาคต ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการบรรลุเป้าหมายของอาเซียนที่มุ่งสร้างการเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของประเทศและภูมิภาคอาเซียนในระยะยาว


