วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2569

Login
Login

’คลัง‘ ยันผู้ถือบัตรสวัสดิการเดิมไม่ผ่านเกณฑ์ ยังรับสิทธิ์ยาวถึงเดือน ก.ย. ระหว่างอุทธรณ์

จากกรณีที่มีเสียงสะท้อนและข้อร้องเรียนจำนวนมากจากประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ ในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ล่าสุดภาครัฐได้เร่งปรับปรุงเงื่อนไขเพื่อลดผลกระทบและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนแล้ว

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ซึ่งมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้รับทราบปัญหาการตรวจสอบคุณสมบัติจากหน่วยงานต่างๆ และได้มีมติผ่อนปรนเงื่อนไขสำคัญ ดังนี้

ยืดอายุบัตรเดิม - ขยายเวลาอุทธรณ์สิทธิ

เพื่อไม่ให้เกิดรอยต่อในการรับความช่วยเหลือ ที่ประชุมมีมติให้ขยายระยะเวลา ผู้ถือบัตรรายเดิม สามารถรับสิทธิประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2569 จากเดิมสิ้นสุด 31 ก.ค. 2569 โดยไม่ต้องดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม

ส่วนผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ ทุกกลุ่มจะเริ่มใช้สิทธิพร้อมกันในวันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป

สำหรับการขอทบทวนสิทธิ ขยายเวลาให้ยื่นเรื่องอุทธรณ์ได้ถึงวันที่ 31 ส.ค. 2569 จากเดิม 31 ก.ค. 2569 ผ่านเว็บไซต์ของโครงการ, แอปพลิเคชันเป๋าตัง, แอปพลิเคชันทางรัฐ และธนาคารรัฐทั้ง 5 แห่ง

ทั้งนี้ การแก้ไขข้อมูลกับหน่วยงานรัฐ ขยายเวลาให้ผู้สมัครไปติดต่อแก้ไขข้อมูลกับหน่วยงานต้นทางได้ถึงวันที่ 20 ก.ย. 2569

รื้อ 4 เกณฑ์คัดกรอง ปลดล็อกคนตกหล่น

กระทรวงการคลังเตรียมชงเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อปรับปรุงเกณฑ์การคัดกรองให้แม่นยำและสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น โดยจะผ่อนปรนใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่

1.เกณฑ์ถือครองรถยนต์/จักรยานยนต์: จะไม่นำมาตัดสิทธิ หากเป็นรถยนต์ที่มีอายุเกิน 20 ปี หรือรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี ซึ่งมีมูลค่าต่ำ รวมถึงรถจักรยานยนต์ที่ยังผ่อนชำระอยู่ รถที่ขายโอนลอยไปแล้วแต่ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อผู้ครอบครอง และกลุ่มที่ถูกมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อไปซื้อรถ

2.เกณฑ์นักเรียน/นักศึกษา: จะปรับปรุงข้อมูลเพื่อไม่ให้ตัดสิทธิกลุ่มผู้ที่เรียนการศึกษานอกระบบ (กศน.) หรือผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาภาคบังคับ

3.เกณฑ์กรรมการบริษัท: จะยกเว้นให้สำหรับผู้ที่มีชื่อเป็นกรรมการใน "วิสาหกิจชุมชน" และ "วิสาหกิจเพื่อสังคม"

4.เกณฑ์บัญชีหุ้น/ตราสารหนี้: จะพิจารณาจาก "ความเคลื่อนไหวของบัญชี (Active)" เป็นหลัก ไม่ใช่เพียงแค่การมีชื่อเปิดบัญชีทิ้งไว้

ดึง มหาดไทย ตั้ง "One Stop Service"

นอกจากนี้ เพื่อลดภาระการเดินทางของประชาชน กระทรวงการคลังได้ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย จัดตั้งจุดให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ผ่านกลไกของจังหวัด อำเภอ ท้องถิ่น กทม. และเมืองพัทยา เพื่อคอยให้คำแนะนำ ช่วยเหลือในการยืนยันตัวตนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) และประสานงานแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนระดับฐานรากสามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น