วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘วิกรม’ หนุนเดินหน้าไฮสปีด 3 สนามบิน แนะเปิดต่างชาติร่วมทุน รัฐคุมที่ดิน-ผลตอบแทน

‘วิกรม’ ระบุไฮสปีด 3 สนามบินจำเป็นสำหรับอีอีซีล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะทางคู่อย่างเดียวไม่เพียงพอ ชี้หากรายเดิมไม่สามารถทำได้ ควรให้ต่างชาติเข้ามาร่วมดำเนินการ

KEY POINTS

  • นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชันสนับสนุนการเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยชี้ว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
  • เสนอโมเดลการลงทุนใหม่ให้รัฐบาลใช้ที่ดินของรัฐตามแนวเส้นทางรถไฟมาเป็นทุนในการร่วมลงทุนกับเอกชน (PPP) แทนการใช้งบประมาณโดยตรง
  • แนะให้เปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุน โดยรัฐบาลทำหน้าที่จัดหาที่ดิน และควบคุมอัตราผลตอบแทน (IRR) เพื่อไม่ให้ค่าบริการสูงเกินควร

นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง- สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด เป็นเงื่อนไขสำหรับการพัฒนาประเทศไทยในระยะถัดไป โดยเฉพาะโครงการ ยังมีความสำคัญที่จะต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อตอบโจทย์เรื่องการคมนาคมขนส่งในพื้นที่ซึ่งรัฐบาลต้องมองถึงการเตรียความพร้อมที่จะรองรับการขยายตัวของพื้นที่ในอนาคต

‘วิกรม’ หนุนเดินหน้าไฮสปีด 3 สนามบิน  แนะเปิดต่างชาติร่วมทุน รัฐคุมที่ดิน-ผลตอบแทน

“โครงการนี้ (รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน) ถือว่าที่มีความจำเป็นล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะระบบคมนาคมคือ หัวใจหลักของการพัฒนาประเทศ และการลดต้นทุนการขนส่ง หากระบบขนส่งไม่ดี นักลงทุนจะหันไปเลือกประเทศอื่นที่ให้ความสะดวกมากกว่านี้ เพราะหากหันไปใช้ทางรถไฟระบบทางคู่เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อความต้องการในปัจจุบันเนื่องจากมีความล่าช้า ไม่สามารถตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ได้เท่ากับระบบรถไฟความเร็วสูง” นายวิกรม กล่าว

นายวิกรม กล่าวด้วยว่า สำหรับรูปแบบการเดินหน้าโครงการ เสนอให้ใช้โมเดลลงทุนแบบใหม่โดยใช้ที่ดินเป็นทุนแทนการใช้งบประมาณของรัฐบาล แทนที่รัฐบาลจะใช้งบประมาณแผ่นดินโดยตรง ควรนำที่ดินตามแนวทางรถไฟซึ่งเป็นของรัฐอยู่แล้วมาตีเป็นทุนในการร่วมลงทุน (PPP) กับเอกชน และโครงการนี้ควรเปิดกว้างหากนักลงทุนรายเดิมไม่สามารถดำเนินการได้ควรเปิดประมูลโครงการใหม่ โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนได้ด้วย

โดยโมเดลบริหารจัดการคือ รัฐบาลจัดหาที่ดินสำหรับโครงการ และนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ลงเงินก่อสร้างงาน และบริหารจัดการเอง โดยรัฐต้องตรวจสอบอัตราผลตอบแทน (IRR) ให้เหมาะสม ไม่ให้เก็บค่าบริการเกินควร

ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับจากวิธีการนี้จะช่วยให้โครงการเกิดผลสำเร็จได้เร็วขึ้นโดยที่รัฐไม่ต้องแบกรับภาระงบประมาณ และสามารถนำงบประมาณไปใช้ในส่วนอื่นที่จำเป็นมากกว่าได้

"การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบางโครงการ ทำไมเราต้องมาลงทุนเอง ในเมื่อเรามีที่ดิน เรามีตลาด ทำไมไม่เอาตรงนี้เป็นตัวดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติเข้ามา เพราะประเทศไทยยังจำเป็นต้องเดินหน้าเมกะโปรเจกต์ใหม่ๆ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการเดินหน้าเศรษฐกิจในประเทศต่อไป” นายวิกรม กล่าว

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์