วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

“บัตรคนจน”  เคาะปรับ 4 เกณฑ์คัดกรอง คืนสิทธิรับสวัสดิการ

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ว่า ที่ประชุมได้หารือเพื่อปรับปรุง และผ่อนปรนหลักเกณฑ์การลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่สูญเสียสิทธิจากเกณฑ์คัดกรองใหม่ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

จากการประกาศผลคัดกรองผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.8 ล้านคน มีผู้ผ่านเกณฑ์ 9.5 ล้านคน และกลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 9.3 ล้านคน ซึ่งปัจจุบันมีผู้ยื่นขอทบทวนสิทธิเข้ามาแล้วกว่า 3.4 ล้านคน โดยพบว่าปัญหาหลักกว่า 40% คือ การไม่ผ่านเกณฑ์เรื่องการถือครองยานพาหนะ 

“ที่ประชุมจึงมีมติให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ในหลายมิติ โดยไม่ได้ยกเลิกเกณฑ์เดิม แต่เป็นการปรับให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ซึ่งกระทรวงการคลังกำลังเร่งรวบรวมรายละเอียดเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 ก.ค. นี้”

โดยสรุปเกณฑ์การผ่อนปรนที่เตรียมเสนอ ครม. ออกเป็น 4 มิติหลัก ดังนี้

1.การครอบครองยานพาหนะ

หากเป็นรถยนต์เก่าอายุเกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี รถสิ้นสภาพ ถูกสวมสิทธิทะเบียน และมีการโอนลอย หรือขายไปแล้วโดยไม่ได้เปลี่ยนชื่อทางทะเบียน ภาครัฐจะพิจารณาคืนสิทธิให้หากประชาชนเข้ามารับแจ้งข้อเท็จจริง โดยจะเข้าไปช่วยเหลือปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน

 

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตลอด 4 วันที่เปิดรับเรื่องร้องเรียน มีประชาชนเข้ามาแจ้งปัญหาเป็นจำนวนมาก ปัญหาที่พบมากที่สุดคือกรณีรถยนต์ถูกโอนลอยไปแล้ว ซึ่งมีสัดส่วนสูงเกินกว่า 12% ของผู้มาร้องเรียนทั้งหมด รวมถึงกรณีรถยนต์มีสภาพเป็นซากไม่ได้ใช้งาน และกรณีการถูกสวมสิทธิทะเบียนรถ เนื่องจากหน่วยงานรัฐไม่สามารถทราบข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้ก่อนการประมวลผล จึงมีมติว่าหากประชาชนมารับแจ้งข้อเท็จจริงแล้ว ทางการจะดำเนินการพิจารณาคืนสิทธิให้แก่กลุ่มนี้

นายวินิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบข้อมูลยังพบว่ามีผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาตั้งแต่ปี 2561 จำนวนกว่า 2.5 ล้านราย ที่ตรวจพบว่ามีการแจ้งจดทะเบียนซื้อรถยนต์ใหม่หรือรถมือสอง จะไม่ได้รับสิทธิการยกเว้นในครั้งนี้ เนื่องจากถือว่ามีสภาพความเป็นอยู่ และฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นแล้ว

2.มีชื่อเป็นกรรมการบริษัท ผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการ ได้พิจารณาคืนสิทธิให้แก่ผู้ที่มีรายชื่อเข้าไปเป็นกรรมการในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม บริษัทประชารัฐรักสามัคคี และวิสาหกิจชุมชนด้านการเกษตร ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มที่ไม่ได้มุ่งแสวงหากำไร รวมจำนวนประมาณ 15,000 คน 

3.การศึกษานอกระบบ 

ที่ประชุมพิจารณาคืนสิทธิให้กลุ่มนักศึกษาที่อยู่ในการดูแลของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และอาชีวะนอกระบบ ที่ต้องทำงานประกอบอาชีพควบคู่ไปกับการเรียน 

4.มีบัญชีหลักทรัพย์ 

สำหรับผู้ที่มีชื่อเปิดบัญชีหุ้นทิ้งไว้โดยไม่มีความเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน หรือมีมูลค่าเงินในบัญชีต่ำ จะไม่ถูกนำข้อมูลส่วนนี้มาพิจารณาตัดสิทธิ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลพบผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 123,324 คน มีรายชื่อเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือหุ้นส่วน ในนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 139,804 แห่ง ส่วนกรณีที่พบความผิดปกติ อาทิ บุคคลเดียวมีชื่อถือหุ้นหรือเป็นกรรมการสูงสุดถึง 126 นิติบุคคล ซึ่งอาจเข้าข่ายการเป็นนอมินี รับจ้างเปิดบริษัท หรือถูกหลอกลวงให้ใช้ชื่อ ทางหน่วยงานจะพิจารณาถึงเจตนาเป็นรายบุคคล และจะจัดส่งข้อมูลให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อสืบสวนขยายผลดำเนินคดีต่อไป

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่ประชาชน กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ได้ร่วมจัดตั้งศูนย์ประสานงานแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 แห่งทั่วประเทศ และในพื้นที่กรุงเทพมหานครอีก 50 เขต ประชาชนสามารถดำเนินการยื่นขอทบทวนสิทธิ ยืนยันตัวตน และจัดการเรื่องการอุดหนุนค่าไฟฟ้าน้ำประปา ได้อย่างครบวงจรในจุดเดียว โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปติดต่อที่กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติให้ขยายระยะเวลาการยื่นขออุทธรณ์สิทธิออกไปจนถึงวันที่ 31 ส.ค.69 จากเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือนก.ค. 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์