นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค. - มิ.ย.) ของปี 2569 ว่า ธนาคารยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายจากราคาพลังงานที่ผันผวน ต้นทุนธุรกิจที่พุ่งสูง ภัยธรรมชาติ และความไม่แน่นอนจากสงคราม
โดยธนาคารสามารถสนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งทุนได้กว่า 40,936 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.42% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน วงเงินส่วนใหญ่กระจายไปยังผู้ประกอบการรายเล็กที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย เม็ดเงินเหล่านี้สร้างผลคูณทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบถึง 187,486 ล้านบาท และช่วยรักษาการจ้างงานได้กว่า 544,593 ราย ส่งผลให้ยอดสินเชื่อคงค้างรวม (Outstanding) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 101,028 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.48%
นายพิชิต กล่าวว่า ความสำเร็จดังกล่าวมาจากการดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ โดยธนาคารได้เร่งปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค ควบคู่กับการผ่อนปรนเกณฑ์ผู้กู้และหลักประกัน เพื่อเปิดทางให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น
นอกจากด้านการเงินแล้ว ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการพัฒนา โดยเข้าไปช่วยยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอีกกว่า 5,243 ราย ผ่านการสอนทำการตลาดยุคใหม่ การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ ตลอดจนการบริหารต้นทุนและการใช้พลังงานสะอาด สะท้อนจากยอดผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม DX ที่เพิ่มขึ้น 15.47% แตะระดับ 11,165 ราย
คุมหนี้เสีย 7.56%
ขณะเดียวกัน ธนาคารไม่ได้ละทิ้งลูกค้ากลุ่มเปราะบาง โดยเข้าไปช่วยประคับประคองและพลิกฟื้นกิจการกว่า 11,697 ราย คิดเป็นวงเงิน 23,649 ล้านบาท การบริหารจัดการสินเชื่อเชิงรุกนี้ ทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) สิ้นเดือน มิ.ย. 2569 ลดลงเหลือเพียง 7.56% นอกจากนี้ ธนาคารยังมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Coverage Ratio: NCR) สูงถึง 166.69% เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต
ครึ่งปีหลังรุก 3 อุตสาหกรรมดาวรุ่ง
สำหรับแผนการทำงานในครึ่งปีหลัง นายพิชิต กล่าวว่า ธนาคารจะพุ่งเป้าไปที่ 3 อุตสาหกรรมหลักที่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร การเกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมสุขภาพ (Wellness) เพื่อยกระดับเศรษฐกิจใหม่ตามแนวทางสีเขียว
โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 มิติ ได้แก่
- มิติเข้าถึงแหล่งทุน สนับสนุนสินเชื่อนโยบายรัฐ (PSA) อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เพื่อใช้เสริมสภาพคล่องและปรับเปลี่ยนสู่การใช้พลังงานสะอาด
- มิติยกระดับศักยภาพ เดินหน้าจัดกิจกรรมเพิ่มทักษะ (Upskill-Reskill) ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และผลักดันธุรกิจสู่ความยั่งยืน
- มิติช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง จัดทำมาตรการ "3 ลด" ประกอบด้วย การลดเงินต้น ลดอัตราดอกเบี้ย และลดค่างวด โดยพิจารณาตามความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดและรักษาการจ้างงานต่อไปได้


