วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ยกกำลังประเทศไทย ‘อนุทิน’ ชู THAILAND² ดัน Upskillหนุน R&D สู้โลกยุคใหม่

เดินหน้าปฏิรูปทุนมนุษย์ครั้งใหญ่ผ่านยุทธศาสตร์ “THAILAND²” บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง 5 กระทรวงหลัก เพื่อเร่ง Upskill และ Reskill แรงงานไทยให้สอดรับกับตลาดงานยุคใหม่ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงวิสัยทัศน์ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับงบประมาณด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจไทยท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก

ยกกำลังประเทศไทย ‘อนุทิน’ ชู THAILAND² ดัน Upskillหนุน R&D สู้โลกยุคใหม่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยในการเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวสุนทรพจน์แสดงทิศทางการขับเคลื่อนประเทศในการเปิดงานแสดงวิสัยทัศน์ “THAILAND² (ไทยแลนด์ สแควร์) ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์” ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่า

ความร่วมมือครั้งสำคัญของ 5 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงแรงงาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นับเป็นการประสานพลังครั้งใหญ่เพื่อวางรากฐานการพัฒนาศักยภาพคนไทยทุกช่วงวัยอย่างเป็นระบบและไร้รอยต่อ เนื่องจากโลกปัจจุบันมี 4 ความท้าทายที่ทำให้ไทยต้องเร่งยกระดับศักยภาพของประชากร คือ

การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โครงสร้างประชากรไทยที่เปลี่ยนไปทำให้สัดส่วนของวัยแรงงานลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิต ของประเทศเสี่ยงต่อการลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากไม่มีการยกระดับทักษะของแรงงานที่มีอยู่ให้มีศักยภาพสูงขึ้น

การดิสรัปชันทางเทคโนโลยี (Technology Disruption) การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), ระบบอัตโนมัติ (Automation) และเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้ลักษณะงานแบบเดิมถูกทดแทนอย่างรวดเร็ว แรงงานที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทันจะประสบปัญหาความเสี่ยงในการตกงานหรือถูกลดความสำคัญลง

ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก และการลงทุนข้ามชาติ ประเทศไทยจำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความสามารถในการแข่งขันระดับสากลเพื่อดึงดูดการลงทุนย้ายฐานผลิตใหม่ๆ

ยกกำลังประเทศไทย ‘อนุทิน’ ชู THAILAND² ดัน Upskillหนุน R&D สู้โลกยุคใหม่

ยกกำลังประเทศไทย ‘อนุทิน’ ชู THAILAND² ดัน Upskillหนุน R&D สู้โลกยุคใหม่

ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิกฤตการณ์ทางธรรมชาติและมาตรการการค้าโลกที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม (เช่น มาตรการ CBAM) บังคับให้ภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรมของไทยต้องปรับเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งต้องใช้ความรู้และทักษะใหม่ๆ ในการบริหารจัดการ

จากวิกฤตและความท้าทายดังกล่าว รัฐบาลจึงได้เสนอแนวคิด “ทุนมนุษย์เวอร์ชันใหม่ (THAILAND²)” ซึ่งหมายถึงการยกกำลังความสามารถของประชากรไทยผ่านกลไก การ Upskill และ Reskill อย่างเร่งด่วนการศึกษาในระบบแบบเดิมที่จบลงเพียงในวัยเรียนไม่เพียงพออีกต่อไป การอัปเกรดทักษะเดิม และการสร้างทักษะใหม่ จะต้องเกิดขึ้นกับแรงงานทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ หรือภาคเกษตรกรรม เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาดงานยุคใหม่ เช่น ทักษะด้านดิจิทัล ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล และทักษะการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาและโครงสร้างการเรียนรู้ให้เปิดกว้าง รองรับผู้เรียนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กเยาวชน วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการเรียนรู้ทักษะใหม่เพื่อกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน การเชื่อมโยงคลังหน่วยกิต และหลักสูตรระยะสั้น จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน

การดูแลสุขภาวะทางจิตในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความกดดันสูง สุขภาวะทางจิตของประชาชนกลายเป็นอีกหนึ่งมิติสำคัญของทุนมนุษย์ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างระบบสนับสนุนและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพจิตที่ดี เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมในการเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยกกำลังประเทศไทย ‘อนุทิน’ ชู THAILAND² ดัน Upskillหนุน R&D สู้โลกยุคใหม่

ทั้งนี้จากประสบการณ์จากการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ร่วมกับ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เพื่อศึกษาดูงานในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก (Big Tech) เช่น Huawei, Alibaba, Changan และ Xiaomi พบว่า บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Huawei ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา (R&D) เป็นอย่างมาก โดยมีการทุ่มงบประมาณด้าน R&D สูงถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ประมาณ 800,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 20 ของยอดขายรวมทั้งหมด งบประมาณด้านการวิจัยของบริษัทเพียงแห่งเดียวนี้มีมูลค่าสูงกว่างบประมาณด้าน R&D ทั้งหมดของประเทศไทยหลายเท่าตัว

“การไปดูงานที่จีนตอกย้ำให้เห็นว่า ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไปสู่ยุคนวัตกรรม ล้วนเริ่มต้นจากการทุ่มเททรัพยากรและงบประมาณไปกับการพัฒนาคนและการวิจัยพัฒนา หากประเทศไทยยังคงลงทุนด้าน R&D ในระดับต่ำ เราจะไม่สามารถสร้างเทคโนโลยีของตนเองได้ และต้องตกอยู่ในฐานะผู้รับจ้างผลิตแรงงานราคาถูกไปตลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องเร่งเปลี่ยนผ่านโดยเร็ว” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นอกจากนี้ การเยือนจีนในครั้งนี้ยังประสบความสำเร็จในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) และข้อตกลงความร่วมมือหลายฉบับ โดยเฉพาะในกลุ่มงานที่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล ซึ่งรวมถึงความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนบุคลากร การพัฒนาหลักสูตรเทคโนโลยีขั้นสูง และการวิจัยร่วมในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

หัวใจสำคัญของการจัดงาน THAILAND² คือการแสดงให้เห็นถึงเอกภาพและการทำงานแบบบูรณาการอย่างไร้รอยต่อระหว่าง 5 กระทรวงหลัก ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการดูแลมนุษย์ในทุกช่วงชีวิต การประสานงานของทั้ง 5 กระทรวงนี้ จะช่วยขจัดปัญหาการทำงานแบบแยกส่วน ที่เคยเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศในอดีต ทำให้การบริหารจัดการงบประมาณและบุคลากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ยกกำลังประเทศไทย ‘อนุทิน’ ชู THAILAND² ดัน Upskillหนุน R&D สู้โลกยุคใหม่

“ ตลอดระยะเวลาการทำงาน 4 เดือนที่ผ่านมา รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงและความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ การทำงานของรัฐบาลในปัจจุบันเปรียบเสมือนระบบฟันเฟืองขนาดใหญ่ที่ขบหมุนไปในทิศทางเดียวกันด้วยความเร่งที่สอดประสาน เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมให้แก่ประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง”

งาน THAILAND² จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่งานจัดแสดงนิทรรศการหรือการเปิดตัวโครงการทั่วไป หากแต่เป็นสัญญาณประกาศจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปทุนมนุษย์ครั้งใหญ่ของประเทศไทย การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน วิจัย และนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการบูรณาการทำงานของภาครัฐ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดัก พร้อมรับมือกับความท้าทายในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน