วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ยังไม่เข้า ครม.นายกฯ สั่งคลังรับข้อเสนอทบทวนบัตรสวัสดิการ อำนวยความสะดวกอุทธรณ์สิทธิ์

นายกฯ สั่งด่วน! อำนวยความสะดวกอุทธรณ์สิทธิ์ "บัตรคนจน" สั่งมหาดไทยตั้งหน่วยเคลื่อนที่รับเรื่องอุทธรณ์สิทธิ์เชิงรุก พร้อมเตรียมชง ครม. 27 ก.ค. นี้ เคาะขยายเวลาอุทธรณ์ ด้านคมนาคมรับลูก ปรับเกณฑ์การครอบครองยานพาหนะ "รถยนต์เก่าเกิน 20 ปี - มอเตอร์ไซค์เกิน 15 ปี" ไม่นำมาเป็นเกณฑ์คัดออก พร้อมย้ำเตือนประชาชนอย่าเพิ่งหลงเชื่อข่าวลือ ขอให้รอฟังความชัดเจนจากมติ ครม. ในสัปดาห์หน้า

KEY POINTS

  • นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงการคลังรวบรวมข้อเสนอเพื่อทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และอำนวยความสะดวกในการอุทธรณ์สิทธิ์ โดยจะนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ในสัปดาห์หน้า
  • รัฐบาลจะเพิ่มช่องทางให้ประชาชนยื่นอุทธรณ์สิทธิ์ ณ ที่ว่าการอำเภอ และจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ลงพื้นที่ พร้อมพิจารณาขยายระยะเวลาการอุทธรณ์
  • มีการเสนอให้ปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติด้านการถือครองยานพาหนะ เช่น รถยนต์อายุเกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี จะไม่ถูกนำมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสิทธิ์
  • ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือเกี่ยวกับวันเริ่มใช้สิทธิ์ และให้รอฟังมติ ครม. อย่างเป็นทางการซึ่งจะมีความชัดเจนในสัปดาห์หน้า

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐของรัฐบาลว่าในวันนี้ (21 ก.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกู นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยได้มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการอุทธรณ์สิทธิ์อย่างเต็มที่ โดยเน้นการทำงานเชิงรุกและการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ที่เดือดร้อนจริง

โดยสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเปิดพื้นที่รับเรื่องอุทธรณ์ ณ ที่ว่าการอำเภอเพิ่มเติมจากช่องทางเดิม, และจะมีการจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ในลักษณะอำเภอเคลื่อนที่ลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านหรือศาลาประชาคมเพื่อเข้าถึงประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางได้ นอกจากนี้ ยังได้มอบแนวทางให้พิจารณาการขยายระยะเวลาการอุทธรณ์เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสพิสูจน์สิทธิ์อย่างครบถ้วน โดยทั้งหมดได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปรวบรวมหลักเกณฑ์และข้อเสนอทั้งหมดและนำมาเสนอเข้า ครม.ในวันจันทร์ที่ 27 ก.ค.ต่อไป

ทั้งนี้ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนอย่าเพิ่งหลงเชื่อข่าวลือเกี่ยวกับวันที่เริ่มใช้สิทธิ์ในวันที่ 1 สิงหาคม หรือ 1 ตุลาคม ที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย โดยขอให้รอฟังมติ ครม.ในสัปดาห์หน้า ซึ่งกระทรวงการคลังจะนำข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีไปพิจารณาให้ครบทุกมิติ และจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.พร้อมกับการขยายสิทธิ์โครงการไทยช่วยไทยพลัสต่อไป

“กรณีที่มีข่าวว่าพอวันที่ 1 สิงหาคม จะเป็นอย่างนั้นอย่านี้ 1 ตุลาคมจะเป็น อย่างนั้นอย่างนี้ก็ขอความ กรุณา ว่าอย่าเพิ่งขยายผล ขอให้รอมติ ครม.ที่จะออกมาในสัปดาห์หน้า ก่อนเพื่อที่จะไม่เป็นการสับสน"นายสิริพงศ์ กล่าว

สำหรับในส่วนของคมนาคมนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกอำนวยความสะดวกในทุกด้าน โดยปัจจุบันได้มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขอตรวจสิทธิ์เพื่อลดภาระให้กับประชาชนแล้ว พร้อมกันนี้ก็ได้มีการเสนอปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติเรื่องการถือครองยานพาหนะให้สอดคล้องกับความเป็นจริงซึ่งส่งไปยังกระทรวงการคลังแล้ว เช่น อายุการใช้งานรถยนต์ที่มีอายุเกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกิน 15 ปี จะไม่ถูกนำมานับเป็นเกณฑ์คัดออก

ส่วนหากรถมีอายุน้อยกว่าเกณฑ์แต่สภาพใช้งานไม่ได้แล้ว ประชาชนสามารถแจ้งให้กรมการขนส่งทางบกตรวจสอบเพื่อยืนยันสภาพและขอยกเว้นเกณฑ์ได้ ขณะที่จำนวนรถจักรยานยนต์ อนุญาตให้ครอบครองได้ไม่เกิน 2 คัน แม้จะยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระก็ไม่เสียสิทธิ์  

ขณะที่การโอนลอยนั้นรถที่ถูกโอนลอยไปแล้ว หรือถูกแอบอ้างชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ รัฐจะมีกระบวนการตรวจสอบและออกหนังสือยืนยันตนเองเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง แม้อาจต้องใช้เวลาในทางเทคนิคบ้างนอกจากนั้นรัฐบาลกำลังพิจารณาแนวทางจัดการกับปัญหาระบบทะเบียนรถที่ค้างอยู่ในระบบมานาน โดยเฉพาะกรณีรถเก่าที่ไม่ใช้งานแต่มีภาษีค้างชำระ ซึ่งอาจจำเป็นต้องมีการจัดระบบทะเบียนใหม่และพิจารณาข้อกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพื่อยกเลิกภาระภาษีที่ค้างอยู่

"การลงทะเบียนรอบใหม่นี้ช่วยให้เราพบผู้ที่ควรได้รับสิทธิ์จริงเพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านคน และช่วยคัดกรองผู้ที่มีฐานะดีออกไปเพื่อความยุติธรรม ยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่การโยนภาระให้ประชาชน แต่เป็นการปรับปรุงฐานข้อมูลให้ถูกต้อง ซึ่งถือว่าเป็นความกล้าหาญของรัฐบาลที่ดำเนินการเรื่องนี้ให้ชัดเจนหลังจากไม่ได้มีการเปิดตรวจสอบสิทธิ์มากว่า 3-4 ปี และการดำเนินการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนเองในอนาคตเพื่อป้องกันปัญหาข้อกฎหมายจากการถูกแอบอ้างชื่อในทรัพย์สินด้วย" นายสิริพงศ์ กล่าว