กรมการพัฒนาชุมชน เปิดเวทีคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ปี 2569 ระดับประเทศ ย้ำ “สินค้า OTOP ต้องซื้อเพราะของดีจริง” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานแข่งขันในตลาดโลก งานนี้มีผู้ผลิตและผู้ประกอบการทั่วประเทศส่งผลิตภัณฑ์เข้าร่วมคัดสรรจัดระดับดาว 1-5 ดาว มากกว่า 19,000 ผลิตภัณฑ์ พร้อมผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญจาก 4 กระทรวงภาคีเครือข่ายร่วมพิจารณาให้คะแนนอย่างเข้มงวดเพื่อผลักดันเศรษฐกิจฐานรากไทย
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธ์รัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในพิธีเปิดงาน " เวทีคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ปี 2569 ระดับประเทศ" ว่า รัฐบาลโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP อย่างต่อเนื่อง และได้เน้นย้ำนโยบายสำคัญว่า “สินค้า OTOP อย่าให้คนซื้อเพราะสงสาร ต้องซื้อเพราะของเขาดีจริงๆ”
เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าจากคุณภาพและการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์เป็นหัวใจสำคัญ การพัฒนา OTOP ในปัจจุบัน จึงไม่ใช่เพียงการส่งเสริมให้ชุมชนผลิตสินค้าเพื่อสร้างรายได้เท่านั้น แต่ต้องมุ่งยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ด้าน นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ทะเบียนทั่วประเทศ 98,337 ราย/กลุ่ม และมีผลิตภัณฑ์ OTOP รวม 239,457 ผลิตภัณฑ์ สะท้อนถึงศักยภาพของเศรษฐกิจฐานรากไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การคัดสรร OTOP Product Champion ซึ่งจัดขึ้นทุก 2 ปี
นับเป็นกลไกสำคัญในการประเมินและจัดระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การยกระดับมาตรฐาน และการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับในปี 2569 ถือเป็นการคัดสรร ครั้งที่ 10 มีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์เข้าสู่การคัดสรร ระดับประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 19,077 ผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมทั้ง 5 ประเภทผลิตภัณฑ์ ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม ผ้า เครื่องแต่งกาย ของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร
สำหรับเกณฑ์การคัดสรร ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่
1.ส่วน ก ด้านผลิตภัณฑ์และความเข้มแข็งของชุมชน (25 คะแนน)
2.ส่วน ข ด้านการตลาดและความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ (20 คะแนน)
และ 3. ส่วน ค ด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ (55 คะแนน) โดยการตรวจให้ค่าคะแนนส่วน ก และ ข จะดำเนินการในระดับจังหวัดและกรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ การตรวจให้ค่าคะแนนส่วน ค. จะดำเนินการ โดยคณะทำงานตรวจและให้ค่าคะแนน ระดับประเทศ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน บูรณาการการทำงานร่วมกับ 4 กระทรวงภาคีเครือข่าย ในการตรวจให้ค่าคะแนน ทั้ง 5 ประเภทผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย
ประเภทอาหาร โดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
ประเภทเครื่องดื่ม โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
ประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก โดย กระทรวงพาณิชย์
ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร โดย สำนักงานคณะะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
โดยผลคะแนนที่ได้จะนำมาจัดระดับผลิตภัณฑ์ออกเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่ 1 ดาว ถึง 5 ดาว ซึ่งผลิตภัณฑ์ ระดับ 5 ดาว ถือเป็นสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานสูง และมีศักยภาพในการส่งออกสู่ตลาดสากล ทั้งนี้ ผลลัพธ์คะแนนที่ได้จากการคัดสรร ไม่เพียงแต่นำไปสู่การจัดทำฐานข้อมูลและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงบูรณาการเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการกระตุ้นให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการลุกขึ้นมาพัฒนาสินค้าของตนเองให้เติบโตบนพื้นฐานของคุณภาพ มาตรฐาน เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าสินค้า OTOP เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเลือกซื้อด้วยความภาคภูมิใจในภูมิปัญญา และเชื่อมั่นในมาตรฐานของสินค้าไทยอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ในพิธีเปิดการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ปี พ.ศ.2569 (OTOP Product Champion : OPC) ระดับประเทศ มี นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผู้แทนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร ตลอดจนคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมพิธี ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี


