วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘ไทย-จีน’ ผนึกขจัดทุนเทา ย้ำหนุนเฉพาะลงทุนคุณภาพ ‘เคารพกฎหมาย’

ปัญหาธุรกิจจีนสีเทาในไทยถูกยกขึ้นมาหารือทวิภาคีระหว่างรัฐบาลไทย และรัฐบาลจีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ.2026 ระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค.2569

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการเยี่ยมคารวะและหารือกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ และยกขึ้นหารือเป็นลำดับแรกเป็นการเร่งปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์หรือแก๊งคอลเซนเตอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชนหลายประเทศ 

ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือทุกมิติทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ การสกัดกั้นเส้นทางการฟอกเงิน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซนเตอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติให้เกิดผลอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่สามารถอาศัยเพียงความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน แต่ต้องบูรณาการความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมา และกัมพูชาเพื่อร่วมกันตัดวงจร และทลายเครือข่ายอาชญากรรมที่เชื่อมโยงข้ามพรมแดนให้หมดไปอย่างเป็นรูปธรรม

ไทยมุ่งส่งเสริมลงทุนคุณภาพ

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยยกปัญหากลุ่มธุรกิจสีเทาที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยขึ้นมาหารือเพิ่มเติม โดยเน้นย้ำจุดยืนว่า รัฐบาลไทยมุ่งส่งเสริมเฉพาะการลงทุนที่มีคุณภาพ มีความยั่งยืน และนักลงทุนต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด 

รวมทั้งแม้ว่ากลุ่มธุรกิจสีเทาจะเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบการลงทุนรวมของจีนในไทย แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์กระทำผิดกฎหมายขึ้น ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และจิตใจประชาชนชาวไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยฝ่ายไทยขอให้ทางการจีนให้ความสำคัญกับปัญหานี้

“การลงทุนที่ว่าเนี่ยในกลุ่มธุรกิจสีเทา ที่มีก็อาจจะเป็นส่วนน้อย แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์พวกเนี้ย ย่อมจะมีการสร้างความรู้สึกไม่ดีในหมู่คนไทย เราก็อยากจะให้จีนคำนึงถึงความรู้สึกของคนไทยด้วย” นายสีหศักดิ์ กล่าว

วางกรอบการหารือความมั่นคงแบบ “2+2”

นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงสำคัญในการจัดตั้งกรอบการหารือด้านความมั่นคงแบบ “2+2” ซึ่งเป็นเวทีหารือร่วมระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย และจีน เพื่อยกระดับการประสานนโยบายด้านความมั่นคงให้มีความใกล้ชิด และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยฝ่ายจีนได้แสดงความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งแรก

 

 

 

รวมทั้งนายอนุทิน ได้หารือแบบเต็มคณะกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีนในวันที่ 20 ก.ค.2569 ที่กรุงปักกิ่ง ณ มหาศาลาประชาชน 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ไทย และจีนมุ่งมั่นยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านไทย-จีน ครอบคลุมการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีแห่งอนาคต ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การท่องเที่ยว และการค้าการลงทุนสมัยใหม่ อาทิ AI และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกัน

‘ไทย-จีน’ ผนึกขจัดทุนเทา ย้ำหนุนเฉพาะลงทุนคุณภาพ ‘เคารพกฎหมาย’

50 ปี เฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต

นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวว่า ไทย และจีนเพิ่งรวมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปีที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องกระชับความร่วมมือให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อร่วมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองแก่ภูมิภาคและประชาคมโลก

นายกรัฐมนตรีไทย กล่าวขอบคุณรัฐบาลจีนที่ถวายการต้อนรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการอย่างสมพระเกียรติ พร้อมยืนยันไทยสนับสนุนจีนเป็นเจ้าภาพเอเปค และจะเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ณ นครเซินเจิ้น เดือนพฤศจิกายน นี้

ยันเดินหน้ารถไฟความเร็วสูง “ไทย-จีน”

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เสนอเร่งผลักดันความร่วมมือใน 3 สาขาหลัก และเห็นพ้องอีก 2 ด้าน ดังนี้

1.การค้าและการลงทุน ไทยขอให้จีนเพิ่มนำเข้าผลไม้ และอาหารแปรรูปคุณภาพสูงจากไทย ยินดีต้อนรับการลงทุนคุณภาพจากจีนที่ช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ ถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับทักษะแรงงานไทย และปฏิบัติตามกฎหมายไทย พร้อมเร่งรัดการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อประโยชน์ต่อนักลงทุนที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต

2.การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ยืนยันเดินหน้ารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ให้แล้วเสร็จตามกำหนดปี 2573 พร้อมเตรียมระยะที่ 2 และผลักดันสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 รวมถึงเส้นทางรถไฟเชียงของ-นาเตย-โม่ฮัน เชื่อมโยงจีนตอนใต้ ไทย ลาว มาเลเซีย และสิงคโปร์

3.ความมั่นคง เห็นพ้องจัดตั้งกลไกหารือด้านการต่างประเทศ และกลาโหมไทย-จีน (2+2 Mechanism) โดยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพครั้งแรก พร้อมขยายความร่วมมืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพัฒนาบุคลากร

4.วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เร่งขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI เทคโนโลยีสุขภาพ อวกาศ พลังงานนิวเคลียร์ และควอนตัม

5.การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เพิ่มความร่วมมือแลกเปลี่ยนข่าวกรอง ข้อมูลการสืบสวน และธุรกรรมทางการเงิน เพื่อปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ และการฉ้อโกงทางการเงิน

ไทยยันดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจีน

นายกรัฐมนตรียังขอบคุณจีนที่สนับสนุนการท่องเที่ยวไทยผ่านการโปรโมตบนแพลตฟอร์มต่างๆ ของจีน พร้อมยืนยันความพร้อมดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจีน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรีขอบคุณจีนที่สนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีบนพื้นฐานความจริงใจ และชื่นชมบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของจีนในการสนับสนุนให้ทุกฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา ทั้งนี้ ไทย-จีน ยังคงยึดกฎกติกาสากลภายใต้กรอบสหประชาชาติ และ WTO

ไทย-จีนลงนามความร่วมมือ 15 ฉบับ

ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามความตกลง และบันทึกความเข้าใจ 15 ฉบับ ครอบคลุมด้านการอุดมศึกษา ห่วงโซ่อุตสาหกรรม การศึกษา AI ทรัพย์สินทางปัญญา นิวเคลียร์ฟิวชัน สาธารณสุข ดาวเทียมนำทางเป่ยโต่ว การป้องกันฟอกเงิน การส่งออกสัตว์น้ำ ความร่วมมือสื่อมวลชน การจัดการน้ำ และการสำรวจอวกาศห้วงลึก ดังนี้

1.ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทานระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

3.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาปัญญาประดิษฐ์ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

4.บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

เพิ่มความร่วมมือด้านนิวเคลียร์

5.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมการแลกเปลี่ยน และความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ฟิวชั่นระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

6.บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงสาธารณสุขแห่งราชอาณาจักรไทยกับคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือสาธารณสุข

7.บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือในการประยุกต์ใช้ดาวเทียมนำทางเป๋ยโต่ว 

8.บันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเพื่อป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และอาชญากรรมข้ามชาติระหว่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินกับกระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

9.พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกัน และสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคที่จะส่งออกจากประเทศไทยไปยังประเทศจีนระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

10.บันทึกความเข้าใจระหว่างกรมประชาสัมพันธ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักข่าว People’s Daily แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

ผลักดันความร่วมมือพลังงานน้ำ

11.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจัดการน้ำในพื้นที่ชนบท พลังงานน้ำ และการชลประทานระหว่างกระทรวงทรัพยากรน้ำแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย

12.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือด้านสื่อมวลชนระหว่างกรมประชาสัมพันธ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักข่าวซินหัวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

13.บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับองค์กรอวกาศแห่งชาติจีนว่าด้วยเรื่องการจัดห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีน ด้านการสำรวจอวกาศห้วงลึก

14.บันทึกความเข้าใจระหว่างกรมประชาสัมพันธ์กับกลุ่มสื่อแห่งชาติจีนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

15.ข้อตกลงโครงการวิจัยร่วมระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์