กรมปศุสัตว์ ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N1 อย่างเข้มงวดขั้นสูงสุดทั่วประเทศ หลังมีรายงานพบการแพร่ระบาดและผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่องในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างทันท่วงที กรมปศุสัตว์ ยืนยันไทยยังปลอดเชื้อ พร้อมคุมเข้มตามแนวชายแดนและโรงเรือน
- จับตาประเทศเพื่อนบ้าน กรมปศุสัตว์ตั้งการ์ดสูงป้องกันเชื้อข้ามแดน
ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N1 ในภูมิภาคใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อและสัตว์ปีกติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างความกังวลใจให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกและประชาชนทั่วไป กรมปศุสัตว์ ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านสุขอนามัยสัตว์ของประเทศ ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า จากระบบการจัดเก็บข้อมูลและการสุ่มตรวจอย่างละเอียด ขณะนี้ ยังไม่พบการระบาดของโรคไข้หวัดนก H5N1 ในพื้นที่ประเทศไทยแม้แต่เคสเดียว
นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า แม้ตัวเลขการแพร่ระบาดในประเทศไทยจะยังเป็นศูนย์ แต่กรมปศุสัตว์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดน ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและสืบสวนโรคเชิงรุกอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างเกราะป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสอันตรายนี้หลุดรอดเข้ามาทำลายระบบเศรษฐกิจและปศุสัตว์ของประเทศได้
- ตรึงกำลังด่านชายแดน ชูนวัตกรรมและมาตรฐานสากลคุมเข้ม
สำหรับมาตรการป้องกันที่กรมปศุสัตว์นำมาใช้ในปัจจุบัน ครอบคลุมทั้งระบบเชิงรุกและเชิงรับตามเกณฑ์มาตรฐานสากล ได้แก่
การคุมเข้มด่านกักกันสัตว์ชายแดน: เพิ่มความถี่ในการตรวจค้นและสุ่มตรวจการขนส่งสัตว์ปีก ซากสัตว์ปีก รวมถึงผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกข้ามพรมแดนอย่างเคร่งครัด หากพบการลักลอบนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
การยกระดับความปลอดภัยชีวอนามัย (Biosecurity): กำชับให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกทั่วประเทศ โดยเฉพาะฟาร์มมาตรฐานและโรงเรือนของเกษตรกรรายย่อย ทำการฆ่าเชื้อโรคยานพาหนะและบุคคลก่อนเข้า-ออกฟาร์ม พร้อมทั้งควบคุมระบบการเลี้ยงให้อยู่ในสถานพยาบาลสัตว์หรือโรงเรือนที่มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ปีกนกธรรมชาติหรือสัตว์พาหะเข้ามาสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม
การเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการ: เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่สุ่มเก็บตัวอย่างจากสัตว์ปีกในฟาร์ม ตลาดสด และแหล่งน้ำธรรมชาติที่เป็นจุดพักของนกคุมประพฤติหรือนกอพยพ เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถรู้เท่าทันและยับยั้งความเสี่ยงได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวยืนยันว่า ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการควบคุมโรคสัตว์ที่เข้มแข็ง ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำให้ระบบการเฝ้าระวังของไทยมีประสิทธิภาพสูงและสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
- เตือนเกษตรกร ห้ามกิน-ห้ามขายสัตว์ป่วยเด็ดขาด แจ้งผ่าน DLD 4.0 ทันที
นอกจากมาตรการของภาครัฐแล้ว กรมปศุสัตว์ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ ในการร่วมเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังโรค โดยเฉพาะหากพบสัตว์ปีก ไม่ว่าจะเป็นเป็ด ไก่ หรือนก มีอาการป่วย ล้มตายผิดปกติ หรือตายเป็นจำนวนมากพร้อม ๆ กัน มีข้อห้ามสำคัญที่สุดคือ ห้ามนำสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายเหล่านั้นไปจำหน่าย แจกจ่าย หรือนำมาปรุงเป็นอาหารรับประทานโดยเด็ดขาด เพราะอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสและกระจายเชื้อไปสู่ชุมชน
หากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติในฟาร์มหรือชุมชน ขอให้เกษตรกรรีบแจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ อาสาปศุสัตว์ หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถลงพื้นที่ตรวจสอบ ดำเนินการทำลายเชื้อโรค และควบคุมโรคได้อย่างเร่งด่วน หรือหากต้องการความช่วยเหลือและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสำนักงานปศุสัตว์อำเภอและจังหวัดใกล้บ้าน หรือแจ้งผ่านช่องทางดิจิทัลที่สะดวกอย่าง Application : DLD 4.0 ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง


