หอการค้าไทย กางแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง วาง 10 บิ๊กอีเวนท์ สู่การสร้างโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจไทย พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านแนวทาง Reinvent Thailand” เปิดประตูเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก ผ่านการประชุม เวทีธุรกิจ และงานระดับนานาชาติ
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังหอการค้าไทยเตรียมจัดกิจกรรม 10 กิจกรรมใหญ่ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 เพื่อเปิดประตูเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก ผ่านการประชุม เวทีธุรกิจ และงานระดับนานาชาติ พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านแนวทาง Reinvent Thailand”
โดยการจัดงานสำคัญต่าง ๆ ในช่วงครึ่งปีหลังไม่ควรเป็นเพียง "อีเวนท์" ที่เกิดขึ้นแล้วจบไป แต่ต้องใช้เป็นโอกาสต่อยอดให้เกิดการค้า การลงทุน การสร้างเครือข่าย และการยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีเศรษฐกิจโลกอย่างเป็นรูปธรรม หากมองเป็นเส้นทางเดียวกัน จะเห็นว่าไทยเคลื่อนจากเวทีภูมิภาคที่ไทยเป็นเจ้าภาพเอง ขยับสู่ความร่วมมือทวิภาคีกับสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีนและสหรัฐฯ ก่อนจะหันมาเสริมความแข็งแกร่งในประเทศ ยกระดับสู่เวทีพลังงานและการเงินระดับโลก และปิดท้ายด้วยการนำโอกาสเหล่านั้นกลับมาขยายผลถึงเครือข่ายธุรกิจในพื้นที่จริง รวมทั้งหมด 10 เวทีสำคัญ ประกอบด้วย
1. ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุม APEC Business Advisory Council หรือ ABAC ครั้งที่ 3 ประจำปี 2026 เมื่อวันที่ 6–9 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวทีสำคัญของผู้นำภาคธุรกิจจาก 21 เขตเศรษฐกิจ APEC โดยการประชุมครั้งนี้เป็นช่วงสำคัญในการสรุปและจัดทำข้อเสนอของภาคธุรกิจเพื่อนำเสนอต่อผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC ต่อไป โดยสาระสำคัญของ ABAC 2026 มุ่งไปที่การรักษาความเปิดกว้างทางการค้าและการลงทุน การเพิ่มความเชื่อมโยงของภูมิภาค
2. งาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 ระหว่างวันที่ 22–25 ก.ค. 2569 ณ Challenger Hall ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งจัดปีเป็นที่ 2 ภายใต้แนวคิด "Investing for the Future, Growing Together” โดยมุ่งยกระดับงานให้เป็นเวทีเชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม การค้า การลงทุน และโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างไทย–จีนอย่างครบวงจร ซึ่งจะเป็นพื้นที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการจากทั้งสองประเทศ
โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการจัดแสดงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ที่มาพร้อมความสามารถด้านการเคลื่อนไหว การโต้ตอบ และการประมวลผลด้วยระบบ AI พร้อมกิจกรรมแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีแห่งอนาคต การจับคู่ธุรกิจ และการสร้างโอกาสเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทาน โดยมีพื้นที่จัดแสดงกว่า 20,000 ตารางเมตร กว่า 670 บูธ และบริษัทชั้นนำเข้าร่วมกว่า 270 บริษัท ถือเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ไทย–จีน ให้เกิดเป็นโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนที่จับต้องได้จริง สำหรับไทย งานนี้คือช่องทางดึงการลงทุนด้านเทคโนโลยีและหุ่นยนต์จากจีนเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตไทยโดยตรง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยจับคู่ธุรกิจกับพันธมิตรจีนได้ทันทีผ่านกิจกรรม B2B Matching
3. งาน Thailand–U.S. Trade & Investment Summit 2026: Building on a Longstanding Partnership วันที่ 17 ส.ค. 2569 ณ โรงแรม Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit โดยความร่วมมือระหว่างหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย หรือ AMCHAM Thailand หอการค้าไทย และ U.S. Chamber of Commerce ซึ่งงานนี้จะเป็นเวทีเชื่อมโยงผู้บริหารภาครัฐและเอกชนจากไทยและสหรัฐฯ เพื่อหารือโอกาสใหม่ด้านการค้าและการลงทุน ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมทั้งการค้า การท่องเที่ยว เกษตรและอาหาร เศรษฐกิจดิจิทัล ความยั่งยืน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สุขภาพและเวลเนส
4. งานประกาศรางวัลสำเภา–นาวาทองและรางวัลจรรยาบรรณดีเด่นประจำปี 2569 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 ส.ค. 2569 ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยรางวัลสำเภา–นาวาทองจัดขึ้นเพื่อเชิดชูหน่วยงานภาครัฐที่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนการทำงาน และพัฒนาการให้บริการอย่างโปร่งใสและทันสมัย ขณะที่รางวัลจรรยาบรรณดีเด่นจัดขึ้นเพื่อยกย่ององค์กรภาคเอกชนที่ยืนหยัดบนหลักจรรยาบรรณและการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพราะเมื่อภาครัฐและภาคเอกชนก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน ประเทศไทยจะสามารถพัฒนาได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
5. งาน “The Bangkok Business Summit 2026: Resilient ASEAN” กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 3 ก.ย. 2569 ในรูปแบบ One-Day High-Level Business Forum จัดโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เพื่อเชื่อมโยงข้อเสนอเชิงนโยบายและทิศทางเศรษฐกิจไทยเข้ากับบริบทของอาเซียน ตลอดจนเตรียมความพร้อมก่อนการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026
ภายหลังจากนั้นจะเป็นไฮไลต์สำคัญของปี คือ การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF และกลุ่มธนาคารโลก หรือ World Bank Group ประจำปี 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค.2569 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งนับเป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพของไทยอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 1991 การประชุมครั้งนี้จะรวบรวมผู้นำและผู้บริหารระดับสูงด้านเศรษฐกิจและการเงินจากทั่วโลก
6. งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก “SIAL Paris 2026” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–21 ต.ค. 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้า Paris Nord Villepinte กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดย ตนจะนำคณะผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมจัดแสดงสินค้ากว่า 86 บริษัท เพื่อเจรจาธุรกิจ สร้างเครือข่ายทางการค้า ขยายโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศ และยกระดับศักยภาพสินค้าอาหารและเครื่องดื่มของไทยสู่เวทีสากล
7. งานสัมมนาใหญ่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประจำปี 2026 ในวันที่ 10 ก.ย. 2569 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งในปีนี้ได้รับเกียรติจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ และมอบรางวัลให้แก่สมาคมการค้าดีเด่น
8. งานมหกรรมเกม “gamescom asia x Thailand Game Show 2026” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ต.ค.–1 พ.ค. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายหลังการเปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ งานดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามและก้าวขึ้นเป็นงานเกมทั้งในมิติธุรกิจและผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
9. การขับเคลื่อน "คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน" เพื่อยกระดับการแก้ปัญหาคอร์รัปชันของประเทศ ลดต้นทุนแฝง และเสริมความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ
10. ปิดท้ายปี 2569 ด้วยบิ๊กอีเวนต์ประจำปีของหอการค้าไทยกับ งานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 44 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–14 พ.ย. 2569 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จังหวัดเชียงราย ภายใต้แนวคิด “Unlocking New Growth: ศักยภาพใหม่แห่งการเติบโต” โดยในปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คน จากเครือข่ายหอการค้าจังหวัด ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง สะท้อนโจทย์จากพื้นที่จริง และกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากระดับภูมิภาคสู่ระดับ
ประเทศ ทั้งนี้ ข้อเสนอและมุมมองจากเครือข่ายหอการค้าจะถูกรวบรวมเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายผ่าน “สมุดปกขาวหอการค้าไทย” เพื่อนำเสนอต่อภาครัฐสำหรับใช้ประกอบการพิจารณาและกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
"ภาพรวมของงานและเวทีสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีโอกาสเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกได้อีกมาก ทั้งในด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน และความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้ทุกเวทีที่เกิดขึ้นสามารถต่อยอดและสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม”ดร.พจน์ กล่าว


