"พาณิชย์"แจงแนวคิด "ข้าวราดแกง 40 บาท" เป็นเพียงหนึ่งในแนวทางลดค่าครองชีพ ยังไม่มีข้อสรุปทั้งรูปแบบและราคา หลังเสียงสะท้อนจากหลายฝ่าย เตรียมหารือ สมาคมภัตตาคารไทย 20 ก.ค. เพื่อหาโมเดลที่เหมาะสม ย้ำไม่บิดเบือนกลไกตลาด
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงปมดราม่า “ข้าวราดแกง 40 บาท ว่า แนวคิด ข้าวแกงราคา 40 บาท เป็นเพียงหนึ่งในแนวทางการลดค่าครองชีพประชาชน แต่หลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และมีการแสดงความเห็นจากหลายภาคส่วน จึงนำกลับมาทบทวน ซึ่งได้หารือไปแล้วหลายส่วน เช่น สมาคมตลาดสด ที่มีร้านข้าวแกงที่เป็นสมาชิกกว่า 50 ตลาด ซึ่งจำหน่าย 35-40 อยู่แล้ว รวมถึงประสานเชื่อมโยงวัตถุดิบ ไปยังร้านข้าวแกง ขณะที่ร้านธงฟ้า ที่มีอยู่กว่า 5,000 ร้าน อาจจะใช้เป็นอีกทางเลือกปรับเพิ่มการจำหน่ายอาหาร
โดยวันที่ 20 ก.ค.นี้ กระทรวงพาณิชย์เตรียมหารือร่วมกับสมาคมภัตตาคารไทย เพื่อรับฟังข้อเสนอและแลกเปลี่ยนแนวทางดำเนินโครงการ เชิญ ”สมาคมภัตตาคารไทย“ มาหารือถึงวิธีการ เพื่อให้ตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุด
อย่างไรก็ตามแม้มีความเห็นที่ยังแตกต่าง แต่ย้ำว่า ยังไม่ได้หยุดรับฟังความเห็น และจะ เดินหน้าหาโมเดล ที่สามารถทำได้เพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชน ซึ่งจนถึงขณะนี้ ยังไม่สรุปทั้งรูปแบบ และยังไม่กำหนดราคา แต่ยืนยัน จะไม่บิดเบือนกลไกตลาด และเมื่อสถานการณ์กลับมาปกติ ก็ต้องหยุดดำเนินการ
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้ามาตรการลดค่าครองชีพผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" โดยจัดกิจกรรมแล้วกว่า 926 ครั้งทั่วประเทศ มูลค่าจำหน่ายรวมกว่า 1,000 ล้านบาท รวมถึงโครงการรถโมบายธงฟ้าที่ร่วมกับไปรษณีย์ไทย นำสินค้าอุปโภคบริโภค 14 รายการออกจำหน่ายในพื้นที่ต่างๆ มียอดจำหน่ายสะสมกว่า 223 ล้านบาท และโครงการจำหน่ายปัจจัยการผลิตราคาประหยัดที่ดำเนินการแล้ว 17 จังหวัด ช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยให้เกษตรกรกว่า 45 ล้านบาท
นายจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์สินค้าอย่างใกล้ชิด โดยเน้นกำกับดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมันเชื้อเพลิง และปัจจัยการเกษตร เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า การจำหน่ายเกินราคา และกำกับให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ยังเดินหน้าโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส ณ ที่ว่าการอำเภอ" ระยะที่ 2 อย่างต่อเนื่อง เพื่อจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด และเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น สินค้าชุมชน และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำสินค้ามาจำหน่าย ควบคู่กับการเชื่อมโยงวัตถุดิบจากแหล่งผลิตสู่ร้านอาหาร เพื่อช่วยลดต้นทุนการประกอบอาหาร เพิ่มช่องทางการตลาดให้ผู้ผลิต และลดค่าครองชีพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ต้นทุนของอาหารจานด่วนหรืออาหารจานเดียว ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ต้นทุนโดยตรง และ ต้นทุนแฝง โดยต้นทุนโดยตรงประกอบด้วย ค่าเช่าพื้นที่ ค่าก๊าซหุงต้ม ค่าแรง และค่าวัตถุดิบ ขณะที่ต้นทุนแฝง ได้แก่ ค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำ ซึ่งรัฐบาลทุกหน่วยงานร่วมกันดูแลเพื่อลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการและประชาชน ไม่ได้เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์เพียงหน่วยงานเดียว แม้มีการประเมินว่า ราคาอาหารจานเดียวจะสูงขึ้นต่อเนื่อง และจะไม่มีการปรับลงนั้น ยืนยันว่า ไม่ใช่การปรับขึ้นถาวร เพราะราคายังขึ้นอยู่กับต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์มีภารกิจหลักในการกำกับดูแลด้าน ราคาวัตถุดิบ โดยกรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ พร้อมยืนยันว่าจะติดตามความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสถานการณ์ราคาวัตถุดิบในปัจจุบัน พบว่าสินค้าจำเป็นหลายรายการ ยังไม่มีการปรับราคาสูงขึ้น อาทิ น้ำตาลทรายขาว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง และนมพร้อมดื่ม ขณะที่วัตถุดิบบางประเภทมีแนวโน้มราคาปรับลดลง เช่น ซอสปรุงรส ซีอิ๊ว เกลือป่น กุ้งขาว รวมถึงผักหลายชนิด ได้แก่ ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว และผักบุ้งจีน ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการประกอบอาหารจานเดียว



