เปิดศึกชิงเก้าอี้ข้าราชการระดับสูงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ร้อนแรงที่สุดแห่งปีรับฤดูกาลโยกย้ายรอบใหม่ หลังรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงส่งสัญญาณเด่นชัดปิดประตูตายใส่คนนอกพร้อมไฟเขียวดันลูกหม้อขึ้นคุมบังเหียนทัพใหญ่ เร่งผนึกกำลังปลัดคนปัจจุบันสแกนประวัติกุนซือสองถึง 3 คนในใจที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อเข้าประเมินผลงานขั้นสุดท้าย ก่อนปูพรมจัดทัพใหม่อีก 6 ตำแหน่งสำคัญทั้งระดับอธิบดีและรองปลัดเพื่อขับเคลื่อนนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรอย่างทันท่วงที
- ฤดูกาลขยับหมากครั้งใหญ่ในรั้วกระทรวงเกษตรฯ
เมื่อลมฝนช่วงกลางปีเริ่มเปลี่ยนทิศ สัญญาณเตือนถึงการผลัดใบในแวดวงข้าราชการประจำก็เริ่มต้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในกระทรวงเกรดเออย่าง “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนนโยบายปากท้องและดูแลพี่น้องเกษตรกรไทย
ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ สปอตไลต์ทางการเมืองและข้าราชการประจำต่างจับจ้องไปที่ความเคลื่อนไหวภายในรั้วกระทรวงเกษตรฯ เมื่อข้าราชการระดับสูงระดับบิ๊กหลายตำแหน่ง รวมถึงตำแหน่งสูงสุดอย่าง “ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” กำลังจะเกษียณอายุราชการพร้อมกัน นำมาสู่คำถามสำคัญที่ว่า “ใครจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทัพข้าราชการประจำคนต่อไป?” ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการโยกย้ายข้ามห้วยและการสอดแทรกจากขั้วอำนาจการเมือง
ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าแบบตรงไปตรงมา ซึ่งคำแถลงดังกล่าวเปรียบเสมือนการส่งสัญญาณดับกระแสข่าวลือ และเป็นการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้อย่างมีนัยสำคัญ
- ยุทธศาสตร์ “ไม่ข้ามห้วย” ซื้อใจคนใน-กู้ขวัญกำลังใจคนทำงาน
หนึ่งในประเด็นที่สร้างความโล่งอกและความเชื่อมั่นให้กับข้าราชการใต้บังคับบัญชา คือการที่ นายสุริยะ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะพิจารณาบุคคลภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงฯ คนใหม่ โดยจะไม่มีการแต่งแต่งข้าราชการ “ข้ามห้วย” จากต่างกระทรวงเข้ามาส้มหล่นคว้าตำแหน่งสุดยอดนี้ไปครอง
“ผมให้ความสำคัญกับบุคคลภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างแน่นอน เพราะต้องการบุคคลที่เข้าใจในเรื่องของการบริหารราชการภายในกระทรวงฯ อย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญคือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการในองค์กร”
คำพูดนี้ถือเป็นจิตวิทยาการบริหารที่ชาญฉลาด เพราะกระทรวงเกษตรฯ เป็นหน่วยงานที่มีโครงสร้างซับซ้อน มีกรมและรัฐวิสาหกิจในสังกัดจำนวนมาก ตั้งแต่กรมชลประทาน กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตร ไปจนถึงการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีวัฒนธรรมองค์กรและภารกิจเฉพาะด้านสูงมาก หากนำคนนอกที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรมเข้ามาบริหาร อาจต้องใช้เวลาปรับตัวนานและทำให้งานนโยบายหยุดชะงัก การประกาศหนุน “ลูกหม้อ” จึงเป็นการซื้อใจคนทำงานและกระตุ้นให้ข้าราชการระดับรองลงไปตั้งใจทำผลงานเพื่อโอกาสในการเติบโต
- กางสเปกปลัดใหม่: ‘สุริยะ’ แย้มมีในใจ 2-3 รายชื่อ
แม้จะยังไม่มีการเคาะชื่อผู้โชคดีอย่างเป็นทางการ แต่ นายสุริยะ ยอมรับว่าขณะนี้มีรายชื่อแคนดิเดตที่มีความเหมาะสมและอยู่ในเกณฑ์พิจารณาขั้นสุดท้ายแล้วประมาณ 2-3 คน โดยทั้งหมดอยู่ในระหว่างการประเมินผลงานและวิสัยทัศน์ร่วมกับ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนกันยายนนี้
สำหรับคุณสมบัติหลัก 3 ประการที่ นายสุริยะ ตั้งเป้าหมายไว้สำหรับผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงฯ คนใหม่ ประกอบด้วย:
ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง: กระทรวงเกษตรฯ บริหารงบประมาณแผ่นดินแต่ละปีจำนวนมหาศาล ทั้งงบเยียวยาภัยพิบัติ งบพัฒนาแหล่งน้ำ และงบอุดหนุนปัจจัยการผลิต ดังนั้น ความโปร่งใสและตรวจสอบได้จึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน
ความรู้ความสามารถในเชิงลึก: ต้องเข้าใจมิติการเกษตรสมัยใหม่ นวัตกรรมเกษตร (Agri-Tech) และการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิต
การขับเคลื่อนนโยบายภาพรวมอย่างมีประสิทธิภาพ: ปลัดคนใหม่ต้องมีบทบาทเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง “นโยบายการเมือง” ของรัฐมนตรี กับ “การปฏิบัติจริง” ของข้าราชการในพื้นที่ ให้สามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว
- โดมิโนขยับทัพ: เกษียณพ่วงอีก 6 เก้าอี้ทองคำ
ความท้าทายของการจัดทัพครั้งนี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่ตำแหน่งปลัดกระทรวงฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง (ระดับ 10) ในตำแหน่งสำคัญอื่น ๆ ที่จะว่างลงพร้อมกันเนื่องจากการเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้ รวมทั้งหมดถึง 6 ตำแหน่งหลัก ประกอบด้วย:
อธิบดีกรมปศุสัตว์: กรมสำคัญที่ดูแลภาคปศุสัตว์ การส่งออกเนื้อสัตว์ และปัญหาโรคระบาดในสัตว์
เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.): หน่วยงานหลักในการดูแลที่ดินทำกินของเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล
รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ซึ่งเป็นกลไกตรวจสอบและประสานนโยบายในส่วนกลางและภูมิภาค
การเกษียณอายุราชการพร้อมกันในปริมาณมากเช่นนี้ เปรียบเสมือนเกมเก้าอี้ดนตรีครั้งใหญ่ หากผู้บริหารระดับสูงในกลุ่มนี้ขยับขึ้นสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงฯ ก็จะทำให้เก้าอี้อธิบดีกรมเกรดเอว่างลง และเกิดแรงกระเพื่อมในการโยกย้ายสับเปลี่ยนเป็นทอด ๆ (โดมิโนเอฟเฟกต์) รมว.สุริยะ จึงต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการสรรหาคนที่มี “ความพร้อมปฏิบัติงานทันที” โดยไม่มีช่วงรอยต่อของการสูญเสียโอกาสในการทำงาน
- ทิศทางอนาคต: ด่านทดสอบฝีมือรัฐบาล
การผลัดใบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้การนำของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในปีนี้ จึงไม่ใช่แค่การแต่งตั้งข้าราชการประจำตามวงรอบปกติ แต่คือด่านทดสอบสำคัญในการวัดประสิทธิภาพการบริหารงานของรัฐบาล
ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการแข่งขันทางการค้าเกษตรที่ดุเดือด ข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ต้องการผู้นำที่เข้มแข็ง ซื่อสัตย์ และเข้าใจบริบทพื้นที่อย่างแท้จริง การตัดสินใจประกาศดัน “ลูกหม้อภายในกระทรวง” ถือเป็นก้าวแรกที่ชนะใจข้าราชการไปแล้วครึ่งหนึ่ง ส่วนรายชื่อแคนดิเดต 2-3 คนที่อยู่ในใจจะได้รับการคัดเลือกและนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อใด และผลลัพธ์การขับเคลื่อนงานจะปังหรือพังหลังจากนี้ อีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า... สังคมไทยจะได้เห็นโฉมหน้าผู้กุมบังเหียนเกษตรกรรมไทยยุคใหม่อย่างแน่นอน



