นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ครั้งที่ 9/2569 ว่า ผลการประมวลข้อมูลผู้ผ่านเกณฑ์โครงการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยรอบนี้มีผู้ผ่านเกณฑ์ 9.5 ล้านราย ซึ่งลดลงจากปี 2565 ที่มีผู้ผ่านเกณฑ์ถึง 15.04 ล้านราย สัดส่วนผู้ผ่านเกณฑ์คิดเป็น 14% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับ "เส้นความยากจน" (Poverty Line) ที่ธนาคารโลกประเมินไว้ว่าไทยมีคนจนอยู่ราว 12%
ลุยค้นหา 'คนตกสำรวจ' 5.4 ล้านราย
สำหรับการลงทะเบียนครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการรวม 18.8 ล้านราย แบ่งเป็นกลุ่มผู้ถือบัตรเดิม 12.7 ล้านคน กลุ่มเปราะบาง 1.05 ล้านคน และกลุ่มตกสำรวจซึ่งได้ระดมกำลังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่เพื่อค้นหากลุ่มคนตกสำรวจ โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่ไม่เคยอยู่ในระบบฐานข้อมูลรัฐมาก่อน ซึ่งพบคนกลุ่มนี้ถึง 5.4 ล้านราย
ใช้ 'บิ๊กดาต้า' สแกนเศรษฐีแฝง-นอมินี
นายวินิจ กล่าวว่า การคัดกรองรอบนี้ใช้ชุดข้อมูลที่สมบูรณ์และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (Dynamic Data) โดยเชื่อมข้อมูลจากกรมสรรพากร กรมที่ดิน บัตรเครดิต และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) เข้าด้วยกัน เพื่อตรวจจับผู้มีรายได้หรือทรัพย์สินแฝง
แม้ ครม. จะยกเว้นการนำหนี้สินเกษตรกรมาเป็นเกณฑ์คัดออก แต่ก็ได้เพิ่มเกณฑ์คุณสมบัติใหม่ให้เข้มงวดขึ้น อาทิ ผู้มีสิทธิห้ามเป็นกรรมการบริษัท ผู้จัดตั้งห้างหุ้นส่วน หรือถือครองบัญชีหลักทรัพย์และตราสารหนี้เกิน 100,000 บาท
ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวนี้สามารถคัดกรองกลุ่มคนที่ไม่ใช่ผู้มีรายได้น้อยจริงออกไปได้ถึง 3.55 ล้านราย เมื่อรวมกับผู้ไม่ผ่านเกณฑ์รายได้และคุณสมบัติเดิมอีก 5.75 ล้านราย ทำให้รอบนี้มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์รวมราว 9 ล้านราย
สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์แต่ยังคงเป็นกลุ่มเปราะบาง ภาครัฐยืนยันว่ากลุ่มเหล่านี้จะได้รับการช่วยเหลืออื่น เช่น สนับสนุนเงินทุนประกอบอาชีพปลอดดอกเบี้ย หรือดูแลครอบครัวที่มีบุคคลในภาวะพึ่งพิง ขณะที่ผู้ผ่านเกณฑ์สิทธิบัตรรอบใหม่กว่า 40% เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งรัฐบาลจะดูแลควบคู่ไปกับการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยคนพิการ
ชงขยายวงเงิน "ไทยช่วยไทยพลัส"
นอกจากนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เตรียมเสนอ ครม. ออกมาตรการรองรับผู้ถือบัตรเดิมรอบปี 2565 ที่ไม่ได้ลงทะเบียนใหม่ หรือลงทะเบียนแล้วแต่ไม่ผ่านเกณฑ์ โดยจะเปิดให้ยืนยันสิทธิรับความช่วยเหลือในโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" เงินอุดหนุนค่าครองชีพ 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน (ส.ค. - ก.ย. 2569) โดยผู้รับสิทธิเพียงแค่กดยืนยันตัวตนทางเทคนิคเพื่อขอรับสิทธิเท่านั้น
ดีเดย์เช็กผล 17 ก.ค.
กระทรวงการคลังกำหนดประกาศผลคัดกรองอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ก.ค. 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป โดยประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิได้ผ่าน 4 ช่องทางหลัก ได้แก่ เว็บไซต์โครงการฯ, แอปพลิเคชันเป๋าตัง, แอปพลิเคชันทางรัฐ และเคาน์เตอร์ 5 ธนาคารรัฐ ได้แก่ กรุงไทย, ออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส., และอิสลามแบงก์
- กรณีไม่ผ่านเกณฑ์: ยื่นขอทบทวนสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 17-31 ก.ค. 2569 และจะมีการประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 21 ก.ย. 2569
- กลุ่มผู้ถือบัตรเดิมที่ผ่านเกณฑ์: เริ่มใช้สิทธิได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2569 โดยไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่
- กลุ่มผู้รับสิทธิใหม่และผู้ผ่านการทบทวนสิทธิ: เริ่มรับสิทธิสวัสดิการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป ยาวไปจนสิ้นสุดโครงการในวันที่ 12 ม.ค. 2570



