นายกิตติพันธ์ จิตต์เป็นธรรม หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 8 สมาร์ท จำกัด เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตในอุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ (Data Center) อีกมาก แม้ในช่วงที่ผ่านมาไทยจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน ระดับการลงทุนในธุรกิจดังกล่าวยังถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้น และมีช่องว่างให้ขยายตัวได้อีกมาก
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ไทยสามารถดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรม Data Center ได้อย่างยั่งยืนคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อมควบคู่ไปกับการสร้างสมดุลระหว่างภาคอุตสาหกรรม และการใช้ทรัพยากรของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า และแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่นักลงทุนให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
"ประเทศไทยยังมีศักยภาพในการเติบโต หากสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุน และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ หากรักษาสมดุลตรงนี้ได้ ก็ยังมีโอกาสรองรับการลงทุนได้อีกมาก"
แนะรัฐไม่ควรส่งเสริมเฉพาะ Data Center
นายกิตติพันธ์ กล่าวว่า นโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐควรมองในภาพรวมของระบบเศรษฐกิจ ไม่ควรให้ความสำคัญเฉพาะอุตสาหกรรม Data Center เพียงอย่างเดียว แต่ควรสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เพื่อสร้างการจ้างงานและเชื่อมโยงห่วงโซ่เศรษฐกิจภายในประเทศ
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตทางการเกษตร เช่น การนำเส้นใยจากไม้หรือวัสดุชีวภาพมาต่อยอดเป็นสิ่งทอหรือผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
"การดึงการลงทุนควรเชื่อมโยงหลายอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว"
นักลงทุนชู "ไฟฟ้า" ปัจจัยอันดับหนึ่ง
สำหรับการหารือกับผู้ประกอบการ Data Center ทั้งใน และต่างประเทศที่ผ่านมา พบว่า ปัจจัยที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากที่สุดคือ ความพร้อมของระบบไฟฟ้า ทั้งในด้านปริมาณ และความมั่นคงของการจ่ายไฟ เนื่องจากธุรกิจ Data Center เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณสูง และต้องมีเสถียรภาพตลอด 24 ชั่วโมง
ในประเด็นที่ภาครัฐมีแนวคิดแยกโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการ Data Center ออกจากผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปนั้น นายกิติพันธ์ มองว่า เป็นแนวทางที่เหมาะสม เนื่องจากผู้ประกอบการกลุ่มนี้ใช้ไฟฟ้าในปริมาณมหาศาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบผลิตไฟฟ้า และการใช้ไฟของประชาชน หากไม่มีการบริหารจัดการที่เหมาะสม
เขามองว่า การกำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการเฉพาะสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ จะช่วยสร้างสมดุลระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้า และผู้ใช้ไฟฟ้า พร้อมลดความเสี่ยงต่อระบบเดิมที่มีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต และโครงข่าย
"เรื่องความเสถียรของระบบเป็นสิ่งสำคัญ ควรมีระบบที่สร้างความมั่นคงระหว่างผู้ใช้กับผู้ผลิตไฟฟ้า ไม่ให้เกิดการทับซ้อนจนกระทบกับระบบเดิม การแยกโครงสร้างออกมาจะช่วยให้บริหารจัดการได้ง่าย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น"
ชูจุดแข็งโรงไฟฟ้า-น้ำ พร้อมรับ Data Center
นายกิตติพันธ์ กล่าวว่า นิคมอุตสาหกรรม 304 มีความพร้อมในการรองรับการลงทุนด้าน Data Center เนื่องจากบริษัทเป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่มีระบบสาธารณูปโภคครบวงจร ทั้งโรงไฟฟ้า และระบบสำรองน้ำของตนเอง
ปัจจุบันบริษัทมีแหล่งน้ำสำรองไม่น้อยกว่า 40 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งสามารถรองรับความต้องการใช้น้ำของผู้ประกอบการได้อย่างเพียงพอ ขณะเดียวกันยังมีระบบผลิตไฟฟ้าที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง
อีกทั้งบริษัทได้พัฒนาระบบพลังงานในรูปแบบ Hybrid Energy เพื่อรองรับการใช้พลังงานสะอาดของนักลงทุน โดยประกอบด้วยโรงไฟฟ้าชีวมวล (Biomass) ซึ่งสามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง และโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ (Solar Floating)
ปัจจุบันโครงการ Solar Floating ของบริษัทมีกำลังการผลิตประมาณ 150 เมกะวัตต์ และมีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 350-500 เมกะวัตต์ในอนาคต เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนของ Data Center และอุตสาหกรรมสมัยใหม่
"นิคมฯ 304 สามารถตอบโจทย์ผู้ลงทุน Data Center ได้ เพราะเรามีทั้งโรงไฟฟ้า ระบบพลังงานสะอาด และแหล่งน้ำสำรองที่เพียงพอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องการ"
หลายค่ายเจรจาลงทุน ยันไม่กระทบผู้ประกอบการเดิม
นายกิตติพันธ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการ Data Center หลายรายแสดงความสนใจเข้ามาลงทุนภายในนิคมอุตสาหกรรม 304 โดยอยู่ระหว่างการหารือรายละเอียด และเงื่อนไขการลงทุน เพื่อหาข้อสรุปที่เหมาะสมร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจว่าการเข้ามาของผู้ประกอบการ Data Center จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายเดิมภายในนิคมอุตสาหกรรม เนื่องจากมีการวางแผนด้านสาธารณูปโภค และพลังงานรองรับไว้ล่วงหน้า
ส่วนคำถามว่านิคมอุตสาหกรรมจะสามารถรองรับ Data Center ได้จำนวนกี่โครงการนั้น นายกิติพันธ์ ระบุว่า ไม่สามารถกำหนดเป็นตัวเลขตายตัวได้ เพราะต้องพิจารณาเป็นรายโครงการ เนื่องจากแต่ละผู้ประกอบการมีความต้องการใช้ไฟฟ้าแตกต่างกัน บางโครงการมีความต้องการใช้ไฟฟ้าในระดับกิกะวัตต์ (Gigawatt) ขณะที่บางรายใช้ในระดับที่ต่ำกว่า
"ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป เพราะแต่ละรายใช้ไฟไม่เท่ากัน บางรายต้องการกำลังไฟในระดับกิกะวัตต์ แต่โดยภาพรวม นิคมอุตสาหกรรม 304 มีความพร้อมรองรับการลงทุน Data Center ทั้งในด้านไฟฟ้า น้ำ และโครงสร้างพื้นฐานอย่างครบถ้วน"
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


