วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ไทยจับมือสิงคโปร์ดัน ASEAN Power Grid ป้อน700ล้านคนรับดีมานด์โต3เท่าใน24ปี

อนุทิน รับ รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ ร่วมผลักดันโปรเจกต์ สายส่งไฟฟ้าอาเซียน หรือ ASEAN Power Gridหนุนผลิต ใช้ ไฟฟ้าในภูมิภาครับดีมานด์การใช้ไฟฟ้าพุ่ง 3 เท่าในอีก 24 ปีข้างหน้า พร้อมร่วมเสริมแกร่งด้านพลังงานเลิกผวาโลกเดือดทำพลังงานขาดแคลน

 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลัง ให้การต้อนรับนายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ว่า  สองฝ่ายได้หารือเพื่อสานต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและสิงคโปร์ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และการเชื่อมโยงภูมิภาค ก่อนนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อกระชับความสัมพันธ์

      ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงการเตรียมการประชุมผู้นำไทย–สิงคโปร์ (Leaders’ Retreat) ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทยช่วงปลายปีนี้ โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่จะต้อนรับนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ พร้อมคาดหวังว่าจะมีคณะผู้บริหารภาคธุรกิจชั้นนำร่วมเดินทางมา เพื่อขยายโอกาสด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ 

โครงข่ายไฟฟ้าจากสปป.ลาวผ่านไทย-มาเลเซียสู่สิงคโปร์ 

ด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับโครงการ ASEAN Power Grid ซึ่งเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของภูมิภาคให้แข็งแกร่งลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากนอกภูมิภาค เพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการพลังงานร่วมกัน และรองรับความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง

นายอนุทิน ย้ำว่า การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและด้านพลังงานเป็นก้าวสำคัญของการสร้าง Seamless Connectivity หรือการเชื่อมโยงอาเซียนอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค ดึงดูดการลงทุน สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

ทั้งนี้ ได้ผลักดันแนวคิดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเพื่อขับเคลื่อนการเชื่อมโยงอาเซียน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์ร่วมกันทั้งภูมิภาค

กฟผ.จับมือการไฟฟ้าลาวลุยเฟส200เมกะวัตต์

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการ ASEAN Power Grid นั้น เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Electricité du Laos: EDL) และการไฟฟ้ามาเลเซีย (Tenaga Nasional Berhad: TNB) ร่วมลงนามสัญญาEnergy Wheeling Agreement (EWA)ภายใต้โครงการบูรณาการพลังงานไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ระยะที่ 2 (Lao PDR-Thailand-Malaysia-Singapore Power Integration Project Phase 2: LTMS-PIP 2.0)

       “การลงนามครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการ LTMS-PIP ระยะที่ 1 สู่ระยะที่ 2 ซึ่งจะเพิ่มปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าจากเดิม 100 เมกะวัตต์ เป็นสูงสุดไม่เกิน 200 เมกะวัตต์ ครอบคลุมระยะเวลา 2 ปีเป็นการซื้อขายและจัดส่งไฟฟ้าที่ผลิตใน สปป.ลาว เพื่อส่งต่อไปยังสิงคโปร์ ผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศไทยและมาเลเซีย”

โดยมีเส้นทางการส่งผ่านพลังงาน 2 เส้นทาง ได้แก่ 1. การซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดจาก สปป.ลาว ไปยังสิงคโปร์ ปริมาณขั้นต่ำ 30 เมกะวัตต์ สูงสุดไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ และ 2. การซื้อขายไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลจากมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ ซึ่งเมื่อรวมไฟฟ้าสะอาดจาก สปป.ลาว จะมีปริมาณสูงสุดไม่เกิน 200 เมกะวัตต์

ไทยเคาะค่าWheeling Charge 3.5879 US Cent/หน่วย

โดยประเทศไทยจะมีรายได้จากการจ่ายไฟฟ้าภายใต้โครงการนี้ ตามอัตราที่ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)เห็นชอบ

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2568 ต่อหลักการร่างสัญญา Energy Wheeling Agreement (EWA) LTMS-PIP Phase 2: อนุมัติอัตราค่าWheeling Chargeของไทย เท่ากับ 3.5879 US Cent/หน่วย สำหรับโครงการเชื่อมโยงไฟฟ้า4 ประเทศ (สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์)

ด้านธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB  ได้ตั้งกองทุนความเชื่อมโยงระดับภูมิภาคเพื่อพลังงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Regional Connectivity Fund for Energy in Southeast Asia หรือ RCF) จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาโครงการสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ซึ่งเป็นโครงการเรือธงของภูมิภาคที่มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการการดำเนินงานของระบบโครงข่ายไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2045(พ.ศ. 2588)

     นายมาซาโตะ คันดะ ประธาน ADB กล่าวว่า โครงการ ASEAN Power Grid ถือเป็นหนึ่งในโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาเซียน ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประชากรเกือบ 700 ล้านคน และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของภูมิภาค

ดีมานด์การใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคคาดพุ่ง 3 เท่า

“ความต้องการพลังงานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าภายในปี 2050(พ.ศ. 2593)  ซึ่งโครงการ ASEAN Power Grid จะช่วยปลดล็อกการเข้าถึงแหล่งพลังงานที่น่าเชื่อถือและราคาที่เข้าถึงได้ รวมถึงแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานน้ำ”

สำหรับกองทุน RCF เป็นโครงการริเริ่มสำคัญภายใต้กองทุนโครงสร้างพื้นฐานอาเซียน (ASEAN Infrastructure Fund หรือ AIF) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจัดหาเงินทุนเพื่อโครงสร้างพื้นฐานที่ภูมิภาคเป็นเจ้าของที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

โดยกองทุน RCF จะเข้ามาช่วยขยายขนาดและผลกระทบของ AIF ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น สำหรับเงินทุนเริ่มต้นมีมูลค่าเทียบเท่าประมาณ 25 ล้านดอลลาร์ ประกอบด้วยเงินสมทบจากรัฐบาลออสเตรเลีย รัฐบาลแคนาดา สหภาพยุโรป รัฐบาลเยอรมนี และรัฐบาลสหราชอาณาจักร

ทั้งนี้ ADB ได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะสนับสนุนเงินทุนสูงสุดถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหน้า ให้แก่โครงการ ASEAN Power Grid และการลงทุนที่เกี่ยวข้อง

ไทยจับมือสิงคโปร์ดัน ASEAN Power Grid   ป้อน700ล้านคนรับดีมานด์โต3เท่าใน24ปี