อนุทิน รับ รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ ร่วมผลักดันโปรเจกต์ สายส่งไฟฟ้าอาเซียน หรือ ASEAN Power Gridหนุนผลิต ใช้ ไฟฟ้าในภูมิภาครับดีมานด์การใช้ไฟฟ้าพุ่ง 3 เท่าในอีก 24 ปีข้างหน้า พร้อมร่วมเสริมแกร่งด้านพลังงานเลิกผวาโลกเดือดทำพลังงานขาดแคลน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลัง ให้การต้อนรับนายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ว่า สองฝ่ายได้หารือเพื่อสานต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและสิงคโปร์ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และการเชื่อมโยงภูมิภาค ก่อนนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อกระชับความสัมพันธ์
ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงการเตรียมการประชุมผู้นำไทย–สิงคโปร์ (Leaders’ Retreat) ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทยช่วงปลายปีนี้ โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่จะต้อนรับนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ พร้อมคาดหวังว่าจะมีคณะผู้บริหารภาคธุรกิจชั้นนำร่วมเดินทางมา เพื่อขยายโอกาสด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ
โครงข่ายไฟฟ้าจากสปป.ลาวผ่านไทย-มาเลเซียสู่สิงคโปร์
ด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับโครงการ ASEAN Power Grid ซึ่งเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของภูมิภาคให้แข็งแกร่งลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากนอกภูมิภาค เพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการพลังงานร่วมกัน และรองรับความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
นายอนุทิน ย้ำว่า การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและด้านพลังงานเป็นก้าวสำคัญของการสร้าง Seamless Connectivity หรือการเชื่อมโยงอาเซียนอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค ดึงดูดการลงทุน สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
ทั้งนี้ ได้ผลักดันแนวคิดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเพื่อขับเคลื่อนการเชื่อมโยงอาเซียน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์ร่วมกันทั้งภูมิภาค
กฟผ.จับมือการไฟฟ้าลาวลุยเฟส200เมกะวัตต์
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการ ASEAN Power Grid นั้น เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Electricité du Laos: EDL) และการไฟฟ้ามาเลเซีย (Tenaga Nasional Berhad: TNB) ร่วมลงนามสัญญาEnergy Wheeling Agreement (EWA)ภายใต้โครงการบูรณาการพลังงานไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ระยะที่ 2 (Lao PDR-Thailand-Malaysia-Singapore Power Integration Project Phase 2: LTMS-PIP 2.0)
“การลงนามครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการ LTMS-PIP ระยะที่ 1 สู่ระยะที่ 2 ซึ่งจะเพิ่มปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าจากเดิม 100 เมกะวัตต์ เป็นสูงสุดไม่เกิน 200 เมกะวัตต์ ครอบคลุมระยะเวลา 2 ปีเป็นการซื้อขายและจัดส่งไฟฟ้าที่ผลิตใน สปป.ลาว เพื่อส่งต่อไปยังสิงคโปร์ ผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศไทยและมาเลเซีย”
โดยมีเส้นทางการส่งผ่านพลังงาน 2 เส้นทาง ได้แก่ 1. การซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดจาก สปป.ลาว ไปยังสิงคโปร์ ปริมาณขั้นต่ำ 30 เมกะวัตต์ สูงสุดไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ และ 2. การซื้อขายไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลจากมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ ซึ่งเมื่อรวมไฟฟ้าสะอาดจาก สปป.ลาว จะมีปริมาณสูงสุดไม่เกิน 200 เมกะวัตต์
ไทยเคาะค่าWheeling Charge 3.5879 US Cent/หน่วย
โดยประเทศไทยจะมีรายได้จากการจ่ายไฟฟ้าภายใต้โครงการนี้ ตามอัตราที่ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)เห็นชอบ
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2568 ต่อหลักการร่างสัญญา Energy Wheeling Agreement (EWA) LTMS-PIP Phase 2: อนุมัติอัตราค่าWheeling Chargeของไทย เท่ากับ 3.5879 US Cent/หน่วย สำหรับโครงการเชื่อมโยงไฟฟ้า4 ประเทศ (สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์)
ด้านธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ได้ตั้งกองทุนความเชื่อมโยงระดับภูมิภาคเพื่อพลังงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Regional Connectivity Fund for Energy in Southeast Asia หรือ RCF) จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาโครงการสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ซึ่งเป็นโครงการเรือธงของภูมิภาคที่มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการการดำเนินงานของระบบโครงข่ายไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2045(พ.ศ. 2588)
นายมาซาโตะ คันดะ ประธาน ADB กล่าวว่า โครงการ ASEAN Power Grid ถือเป็นหนึ่งในโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาเซียน ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประชากรเกือบ 700 ล้านคน และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของภูมิภาค
ดีมานด์การใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคคาดพุ่ง 3 เท่า
“ความต้องการพลังงานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าภายในปี 2050(พ.ศ. 2593) ซึ่งโครงการ ASEAN Power Grid จะช่วยปลดล็อกการเข้าถึงแหล่งพลังงานที่น่าเชื่อถือและราคาที่เข้าถึงได้ รวมถึงแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานน้ำ”
สำหรับกองทุน RCF เป็นโครงการริเริ่มสำคัญภายใต้กองทุนโครงสร้างพื้นฐานอาเซียน (ASEAN Infrastructure Fund หรือ AIF) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจัดหาเงินทุนเพื่อโครงสร้างพื้นฐานที่ภูมิภาคเป็นเจ้าของที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
โดยกองทุน RCF จะเข้ามาช่วยขยายขนาดและผลกระทบของ AIF ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น สำหรับเงินทุนเริ่มต้นมีมูลค่าเทียบเท่าประมาณ 25 ล้านดอลลาร์ ประกอบด้วยเงินสมทบจากรัฐบาลออสเตรเลีย รัฐบาลแคนาดา สหภาพยุโรป รัฐบาลเยอรมนี และรัฐบาลสหราชอาณาจักร
ทั้งนี้ ADB ได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะสนับสนุนเงินทุนสูงสุดถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหน้า ให้แก่โครงการ ASEAN Power Grid และการลงทุนที่เกี่ยวข้อง


